Intern 1 : รพ.ทั่วไป ณ อีสาน

ความทรงจำของ Intern 1 ช่วง 9 เดือนที่อยู่รพ.จังหวัด
ไม่ใช่รีวิวรพ. ไม่ได้พูดถึง staff ครบทุกคน 
เป็นแค่บันทึกความทรงจำอันขาดห้วง… 
(แปลว่าจำไม่ได้แล้ว)


Ortho

Staff A : round เช้ามากกก เป๊ะมาก 7 โมงเช้า ทุกวัน
วันไหนไปสาย 5 นาที จะรู้สึกผิดมาก เพราะ round เสร็จไปแล้วแถวนึง T_T
Staff B : ราวน์ไม่เป็นเวลา ต้องไปนั่งดักรอที่ ward  
บางวันอาจมา round เย็นตีหนึ่ง เกินกว่าจะตามไปไหวจริงๆ (ไม่เป็นไร พี่เค้าใจดีมาก)
> เกลียดการเข้า OR ตอนเลื่อยกระดูกที่สุด เศษกระดูกเฉียดหน้าไปมา (face shield ไม่พอ) 
เกลียดกลิ่นกระดูกอบอวลเหมือนเวลากรอฟัน แต่แรงกว่า 10x
> รู้สึกตัวเองเป็นช่างไม้เวลาไข plate screw ต่างๆนานา แต่ก็สนุกดี
> ไม่มีแรง reduce อะไรเ่ข้าซักกะอย่าง แม้แต่แขนเด็ก T_T
ศัลย์
Staff A : หรือที่พวกเราแอบตั้งชื่อให้ว่า "แด๊ด"
แด๊ดน่ารักมาก ทำให้นึกถึงแมรี่ป๊อปปิ้นส์ภาคชายใกล้เกษียณรูปร่างผอม เดินแกว่งร่มไปมาอย่างสบายอารมณ์ (และลืมร่มไว้ตามวอร์ดบ่อยๆ..เกือบทุกวัน ต้องคอยเตือน) 
บทสนทนาเวลา round เช้าจะเป็นประมาณนี้
เตียงแรก
"เอ้าๆ appendix เหรอ… เซ็ท OR เลยๆ"
"จารย์คะ .. เตียงนี้ผ่าไปแล้วค่ะ"
"……………."
เตียงถัดมา
"อืมๆเตียงนี้กี่วันแล้ว ให้ liquid diet เลย"
"จารย์คะ .. เตียงนี้ยังไม่ได้ผ่าค่ะ"
"……………."
Staff B : เท่มาก ปฏิเสธเงินที่คนไข้ยื่นให้ "โอ๊ย ไม่ต้องฝากพิเศษผมหรอก ผมรักษาให้พิเศษทุกคนอยู่แล้ว"
> วันไหนไม่ได้อยู่เวร ต้องทำตัวเป็นบุคคลสาบสูญ ติดต่อไม่ได้
ถ้าเผลอรับโทรศัพท์ละก็ เย็นเดียวที่ได้หยุดของสัปดาห์นั้นมีหวังต้องไปลงเอยอยู่ใน OR ผ่าไส้ติ่ง 
Med
> เมดที่นี่แปลกมาก เป็นภาคที่สบายที่สุด เพราะขยะของที่นี่คือศัลย์
แต่ intern ไม่มีสิทธิสบาย ยังมีเวรอื่นๆรอเจ้าอยู่
เด็ก
> round newborn เช้าละเกือบ 40 ตัว (รวมทั้งตัวปกติ+ป่วย) ทุกวันตลอดสองเดือนนี่มันช่างเอียนจริง 
ช่วงที่พีคของความเอียนมันจะเริ่มที่ 1 เดือน หลังจากนั้นก็จะค้างเป็น plateau phase 
จนถึงวันที่สามารถถอดวิญญาณไป round ได้… ก็จะไม่มีความรู้สึกอะไรอีก เหมือนอยู่ใน lucid dream ตลอดเวลาที่ราวนด์
> วอร์ดในรพ.ก็ราวกับเค้าสร้างขึ้นมาใหม่ทุกวัน พิเศษนั่นพิเศษนี่ แอบอยู่เต็มซอกไปหมด ราวนด์เท่าไหร่ก็ไม่ครบสักทีสิว่ะ!
> ดังนั้นกว่าจะ round newborn เสร็จ แล้วมา round เด็กทั่วไป เสร็จก่อนสตาฟฟ์นี่ต้องตื่นเช้ามากทีเดียว
> OPD ก็มีแต่ URI ไม่รู้จบเช่นกัน

สูติ
> ป่วยพอดี หายไปเกือบสิบวัน
> ทำหมันสนุกแฮะ (แต่ต้อง under GA และสตาฟฟ์รับผิดชอบเท่านั้น!) 
แต่สถิติเร็วสุดได้แค่ 10 นาทีเอง T_T ช่วงที่คล่องขึ้นดันเจอแต่เคสยากๆ
เวลาเฉลี่ย 15 นาที/เคส
> รอดมาได้จนบัดนี้โดยไม่เคย C/S 555 เพราะทำตัวเอ๋อไปวันๆจนสูติแพทย์ไม่ไว้ใจไม่ปล่อยให้ทำอะไรเอง
ครึ่งครั้งที่ได้ทำดันเจอเด็กหัวโต ล้วงไม่ขึ้น
ER
> อันที่จริง 9 เดือนก็อยู่แต่ที่นี่น่ะแหละ ตามวอร์ดนี่เหมือนไป elective เล่นๆ
> หลังสามทุ่มจะแปรสภาพเป็น OPD ด้วย ยังกับเดิมยังยุ่งไม่พอ
> รับ refer ไปเรื่อยๆ ก็จะจำชื่ออำเภอได้ครบเอง (จังหวัดบ้านตัวเองยังจำได้ไม่หมดเลย)
อื่นๆ
> เหมือนถูกจับไปโยนลงเหวจริงๆ สัญชาตญาณในการเอาตัวรอดทำให้อ่านหนังสือเรียนมากกว่าตอนเรียนอีก -_-"
> ช่วงเดือนแรกสนใจแต่เรื่องเศรษฐกิจกับการแพทย์ ! .. (ม่ายยย! นี่ไม่ใช่ปุ้ม)
> และพกชีทพี่ยอดติดตัวตลอดเวลาีที่อยู่เวร CPR เดินไปเดินมาเหมือนคนบ้า ไม่ว่ากินข้าว ไปเซเว่น อาบน้ำก็ต้องวางไว้หน้าห้องน้ำ โดนตามแล้วหยิบติดมือได้ทันที
> เคยโมโหสตาฟฟ์บางคนจนอยากจะ… ตอนเค้าถูกเรียกมา ER เมื่อไหร่ จะถือ defib  ย่องเข้าไปข้างหลัง ..
..อย่าลืมแอบชาร์จด้วย .. แล้วนำไปวางบนหลังสตาฟฟ์อย่างแนบชิด 320 J monophasic (มันมีแต่แบบนี้)……..
ฮ่ะฮ่ะฮ่ะ คิดทีไรได้แต่นั่งหัวเราะอยู่คนเดียว เป็นจินตนาการกันหอมหวล ของ Intern 1 ในตอนนั้น
> ที่นี่ไม่มีโรงหนัง ร้านอาหารแฟรนไชส์มีแค่มิสเตอร์โดนัทกับแดรี่ควีนส์! 
ภาษาอีสานงูๆปลาๆ

> อยู่อีสานมาปีกว่า ก็ยังเว้าอีสานไม่ได้เหมือนเดิม จำได้อยู่ไม่กี่คำ 
เป็นคำสำคัญที่ต้องรู้ เพราะมันเปลี่ยนอาการสำคัญไปเลยน่ะสิ!
เช่น..
(หมายเหตุ : สะกดมั่วบ้าง ความหมายมั่วบ้าง ห้ามใช้อ้างอิง
และขึ้นอยู่กับกาลเทศะคือใช้พูดกับคนท้องถิ่นอายุมากเท่านั้น 
หนุ่มๆสาวๆเค้าพูดภาษากลางได้ หรือกับคนภาคอื่นที่ย้ายมา พูดธรรมดาจะฟังสุภาพกว่า)
ไข้แน่ ..ฟังดูเหมือนมี"ไข้" (fever) แต่จริงๆแปลว่า… ดีขึ้นแล้ว
ทำเป็นเล่นไป มีคนไข้โดนจับตรวจไข่เพราะคำคำนี้มาแล้ว (ไม่ใช่ตู! เรื่องมันเกิดนานมาแล้ว)

เมื่อย ..แปลว่า.. เหนื่อย
เกือบให้ยานวดไปแล้วมั้ยล่ะ

มึน (dizzy) ..แปลว่า.. ชา (numb)
แล้วมึนจริงๆต้องพูดว่าไรอะ มันมิ้งงงง.. มันวิ้งงงงง.. โอยไม่รู้(แต่ดูออก)

– pain : ถ้าใช้คำว่า "ปวด" บางคนจะไม่เข้าใจ ต้องใช้ว่า "เจ็บ"
เช่น เจ็บกะตงกะโตน(มันคืออวัยวะอะไรนั่นน่ะ สะกดมั่วนะ) = เจ็บตามตัว
เจ็บหม่องได๋ = เจ็บตรงไหน

– ปัสสาวะ : ลืมคำนี้ไปได้เลย แค่คำว่า ฉี่ บางคนยังไม่เข้าใจ .. ต้องใช้ "เยี่ยว
เผลอติดมาใช้กะคนไข้ภาคกลางหลายหนเหมือนกัน -"-

ฮาก = อ้วก 
อันนี้พอเดาได้เพราะรู้อยู่แล้วว่า ราก แปลว่าอาเจียน
เช่น เจ้าฮากอยู่บ่ = อ้วกมั้ย?

เทื่อ = ครั้ง, จักเทื่อ = กี่ครั้ง
หรือบางทีจะได้ยิน… จักวีค = กี่ week แปลว่าท้องกี่สัปดาห์แล้ว (ช่างผสมผสานภาษาอีสานกับภาษาอังกฤษได้อย่างน่าสนใจ!)

อยากเมือ = อยากกลับบ้าน .. ได้ยินประจำบนวอร์ด (ตูก็อยากเมือโฟ้ย) 
คนพูดมักจะเป็นคุณลุงคุณป้าที่เป็นโรคเรื้อรัง ดูสภาพยังไม่น่าได้กลับในเร็ววัน
ตรงข้ามกับพวกปกติที่ OPD ที่คำพูดติดปากจะเป็น "อยากนอน"

ฮานนา.. คำนี้ไม่รู้เหมือนกันว่าแปลว่าอะไรกันแน่ ฟังดูเป็นคำสร้อยประมาณ ล่ะน่า นั่นล่ะ ฯลฯ
แต่เราติดเอาคำนี้มาใช้เวลาเกิด silent gap ซะแล้ว หรือบางทีก็ใช้ตอนถอนหายใจ เฮ้อ ฮานนา..
> คนไข้ชราบางคนจะเรียกเราว่า "แม่หมอ" ฟังดูชอบกล มันแปลว่าหมอจริงๆใช่มะ ไม่ใช่คุณยายคิดว่าเรานั้นเป็นแม่หมอ 555
> โลตัสที่นี่มีภาษาลาวด้วย คนลาวข้ามมาซื้อของเป็นเรื่องปกติ (ข้ามมาคลอดก็เป็นเรื่องปกติ!)
> เวลาไปธนาคาร พนักงานจะพูดว่า "เฮ็ดหยัง" แทน "มาทำอะไรคะ"
มีคนบอกว่าภาษาอีสานของที่นี่ก็ไม่ใช่ภาษากลางของภาษาอีสานอีกน่ะแหละ
แล้วแถมแถวนี้ยังมีภาษาอื่นๆของชนเผ่าพื้นเมืองอีกตั้งหลายภาษา ที่ขนาดคนท้องถิ่นเองก็ยังฟังไม่เข้าใจเหมือนกัน
โฮกกก ให้ฉันเรียนภาษาฮินดูเลยเถอะ!

ภาคพิเศษ : เมื่อแพทย์เวรฉุกเฉินเกือบกลายเป็นคนไข้ฉุกเฉิน
– flu-like symptoms ไข้สูงทะลุชาร์ต กินไม่ได้ 3 วัน DTX ~39 
พี่พยาบาลเลยจัดให้เป็นคนไข้ emergency ของ ER ที่จริงๆแล้วตอนนั้นเป็นเวรเราพอดี! 
แต่ผลปรากฎว่า..เครื่อง DTX อ่านผิด confirm blood sugar ได้ 70+
– สตาฟฟ์บอกว่าเป็นหวัด จงแดก ORS แล้วกลับบ้านนอนซะ 
(ของจริงไม่ได้หยาบหรอก แต่สำหรับตูแล้ว manage แบบนี้ มันก็ไม่ต่างกันล่ะ)
อยาก admit ก็ตามใจ
– ต่อมาเริ่มมีผื่น, liver enzyme 500+,  อ้วกจน K 2.8 ก็ว่าไม่เป็นไร ไม่ต้อง replace.. จงตั้งใจแดก ORS ต่อไป .. บัดซบจริงๆ
จนต้องรอหลัง round เย็น แอบโทรไปขอเพื่อน intern ที่กำลังอยู่ med ให้มาใช้สิทธิ์นั้น order K นอกเวลาให้หน่อยสิ นะนะ 
ถ้าจะโดน off ตอนเช้า อย่างน้อยคืนนี้ตูก็ได้ล่ะ
– ขบวนพาเหรดผอ.
นำหน้าด้วยผอ. เลขาฯ และลิ่วล้อมากมาย บลา บลา บลา เดินแถวเรียงหนึ่งกันเป็นเกม RPG วนเข้ามาหา item ห้องหนึ่งรอบ มอบกระเช้าของขวัญ ถ่ายรูปแชะๆๆ (โดยไม่สนใจว่าตูจะมีผื่นหรือไม่) แล้วก็ออกนอกประตูไปอย่างรวดเร็ว เล่นไรกันวะเนี่ย 
– admit อยู่ประมาณ 10 วัน นานสุดและอาการหนักสุดแล้วตั้งแต่เคยป่วยมา 
เข้าใจแล้วว่าทรมานจนขอตายดีกว่าเป็นยังไง
– ปัจจุบันยังไม่รู้เลยว่าตกลงป่วยเป็นไร -"- ผลเลือดกับ swab ที่ส่งไปกทม.ก็ไม่เห็นมีใครรายงานมาเลย -_-"

เรื่องต่อไป
ใส่ความเห็น

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: