Intern : City to Town

เมื่อเราเดินทางมาถึงสุดขอบโลก
 
Road Movies 10 ชม
ตัวละครคือพ่อแม่และฉัน
เนื้อเรื่อง..ไม่มี เพราะไม่ได้ลงจากรถเลยนอกจากกินข้าวกะเข้าห้องน้ำ แหะๆ
เอาเป็นว่ามันก็มีแต่ฉากรถวิ่งเหมือนกันละน่า
ฉันไม่ได้หลับบนรถเพราะอยากนั่งมองการเปลี่ยนแปลงภูมิประเทศจากบ้านถึงที่หมาย
วิวส่วนใหญ่เป็นนาแล้งๆ ควาย ..แล้วก็เพิงไม้เล็กๆน่ารักๆน่าถ่ายรูป น่าไปนั่งอ่านหนังสือ 
(การมองจากบนรถทำให้ฉากนี้ดูโรแมนติก แต่ถ้าออกจากรถลงไปคงจะเหลือแต่ความร้อน เปียก หรือเหน็บหนาว ตามสภาพอากาศวันนั้น) 
บ้านคนนานๆเจอที
"ป๊า แถวนี้ก็คล้ายๆบ้านเราเลยเนอะ"
"ก็แถวบ้านเรามันก็ชนบทนี่"
 
ต้นไม้ส่วนใหญ่ขึ้นห่างๆกัน พิจารณารูปร่างของแต่ละต้นได้ชัดเจน เป็นโครงร่างที่ดูงดงาม อ่อนช้อยและแข็งแกร่ง
ก็ต้นไม้ธรรมดา แต่เป็นครั้งแรกที่รู้สึกถึงความลงตัวหมดจดขนาดนี้
 
ก่อนถึงนครพนมรถต้องผ่านภูพานอันคดเคี้ยว (เป็นจุดที่ต่อมาเวลานั่งรถทัวร์กลับ ต้องหลับก่อนถึงแถวนี้ให้ได้! ไม่งั้นได้อยากอ้วก)
ช่วงนี้ไม้ยืนต้นกำลังออกดอกเต็มเลย
สีม่วง(ตะแบก) แดง(หางนกยูง) เหลือง(?) ชมพู(?) สวยจัง
 
จังหวัดของอีสานที่ไกลที่สุดจากกรุงเทพฯ ..หรือว่าสุดขอบโลกกันนะ
ตอนนี้มืดแล้ว
ข้างหน้านี้จะต้องเป็นแม่น้ำโขงแน่ๆ ฝั่งตรงข้ามก็ประเทศลาว
แล้วทำไมตูมองไม่เห็นอะไรเลยอะ! มองเห็นแต่ถนนแล้วก็มืดไปหมดเลย
ถ้าก้าวไปข้างหน้าจะตกโลกลงไปรึเปล่า
ทำไมเมืองเงียบอย่างนี้ ไม่เห็นใครซักคนเลย
………………..
 
 
ปฐมนิเทศน์
หลังจากจัดการเรื่องเอกสาร&รายงานตัว (เซ็นไปประมาณ 120 ครั้งได้ -_-" ..จนจำเลขที่บัตรประชาชนตัวเองได้)
สสจ.ก็พากินพาเที่ยว (อารมณ์เหมือนโดนขุนเพื่อ.. เอ ..  เพื่ออะไรกันนะ)
 
อาหารของที่นี่คือสวรรค์ของคนไดเอ็ท มีแต่ใบไม้และปลาแม่น้ำโขงเท่านั้น
เพิ่งรู้ว่าใบไม้ก็กินได้! ไม่ใช่ผักแต่หน้าตาเหมือนใบไม้ใบเป็นๆจากต้น หรือเหมือนที่ร่วงอยู่ตามพื้นเลยง่ะ
..ฉันจะเป็นกวาง (เสียดายไม่ได้ถ่ายรูปตัวเองกำลังกินใบไม้เอาไว้)
 
 
สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว
ในที่สุดก็ได้เหยียบต่างประเทศครั้งแรกอย่างไม่เป็นทางการ
(ก็ไม่ต้องใช้พาสปอร์ตหรือบัตรปชช.ด้วยซ้ำ เจ้าหน้าที่จัดการให้ และมันก็ได้เหยียบแค่ขอบๆประเทศเอง)
สะหวันนะเขต – ข้ามสะพานมิตรภาพไทยลาว 2 จากมุกดาหาร
แขวงคำม่วน – นั่งเรือข้ามฟากจากนครพนม (ที่เดี๋ยวจะได้รับ refer คนไข้จากรพ.นี้อยู่เรื่อยๆ -_-")
 
มองจากฝั่งไทยไป จะเห็นเทือกเขาเตี้ยๆฝั่งลาวเรียงขนานตามแม่น้ำโขงเป็นแนวยาว
(นี่เป็นการมองแค่สองมิติของเทือกเขานะ ไม่รู้ว่าจริงๆแล้วลึกเข้าไปในประเทศเค้าแค่ไหน)
เห็นใกล้ๆแบบนี้ ตอนไปจริงๆก็นั่งรถเป็นชม.เลยนะกว่าจะถึง
..เมื่อก่อนแถบนี้เคยเป็นของไทยด้วยป่าวหว่า?)
 
ทัศนียภาพฝั่งลาวก็เหมือนฝั่งไทยอะแหละ
ถ้าเผลอหลับไป ตื่นมาอีกทีก็คงไม่รู้ตัวว่าข้ามมาแล้ว
มีแต่ทุ่งนาทุ่งหญ้าแห้งๆเหมือนชนบทไทยทุกประการ 
(มันแค่ข้ามแม่น้ำมานี่นา)
 
ยกเว้น
1. ภาษาเขียน : อยู่ๆก็นิสัยอนุบาลกำเริบ นั่งอ่านมันทุกป้าย
2. ถนน : รถฝั่งนู้นพวงมาลัยอยู่ซ้าย เลนรถเลยกลับกัน
3. แพะ : เปลี่ยนจากควายเป็นแพะ แพะเยอะมาก มีเกือบทุกบ้านเลย
 
นอกนั้นให้อารมณ์ไทยหลายๆ สามารถใช้ภาษาไทยสื่อสาร ซื้อของด้วยเงินบาท (แถมยังมี oishi กินอีก แต่ขวดละ 25)
คอมเครื่องแรกที่เห็นที่ฝั่งลาว ..กำลังเล่น hi5 -_-‘
ส่วนคอมเครื่องที่สองที่เห็น ..กำลังดูสวรรค์เบี่ยงจากยูทูบ -_-"
นี่ตูอยู่ต่างประเทศจริงรึเนี่ย!
 
ที่เที่ยวก็มีแต่วัด ถ้ำ แล้วก็ร้านช็อปปิ้ง -_-"
เข้าวัดที่นี่ผู้หญิงต้องนุ่งซิ่น เลยต้องนุ่งทับกางเกง มีแต่คนบอกว่าเสื้อที่ใส่ไปเข้ากับซิ่นดี T-T รองเท้าแตะหนีบก็ด้วย
 

 
 
พี่ intern ก็พาเที่ยว..
Mekong Underwater World พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่พบในแม่น้ำโขง
มีแต่ปลาอารมณ์สีเทาๆน้ำตาลๆแบบที่มักจะเห็นอยู่บนจานมากกว่าพิพิธภัณฑ์น่ะนะ
เดินไปคิดไปว่าตัวแบบนี้เค้าพาไปกินมารึยังน้า 
เดินไปก็หิวไป(เล็กน้อย)
ถ้ามีภัตตาคารอาหารข้างๆพิพิธภัณฑ์ก็จะครบสูตรเลยทีเดียว -_-"
 
แก่งกะเบา
แหล่งเล่นแม่น้ำโขง
สามารถเล่นพิสดารด้วยการนั่งห่วงยางจากต้นน้ำ ปล่อยให้ไหลไปตามกระแส(เด็กแนวเล่นไม่ได้)(เหียกอีกละตู) แล้วรีบจ้วงเข้าฝั่ง(เป็นอ่าวเล็กๆ)ก่อนที่กระแสน้ำจะพัดไปไกล
มหัศจรรย์ดี.. จ้วงเลยกระแสน้ำมาก้าวเดียวน้ำก็นิ่งมากอะ
 
เล่นหลายรอบเริ่มรู้สึกว่าไม่ยากแฮะ  พวกเราเลยฟอร์มทีมระบำใต้น้ำเพื่อเข้าแข่งโอลิมปิกครั้งถัดไป
ห้าคนห้าห่วงโคตรน่าห่วงก็มานอนเรียงตัวเกาะกันเป็นวงแหวนแต่ละคนกอดห่วงยางสองข้าง
พวกตูจะเอาเหรียญทองมาฝากประเทศให้ได้ ..นึง ส่อง ซั่ม!
 
ด้วยห่วงยางอันนึงต้องไว้เกาะสองคน ขึ้นไปนั่งอย่างปกติไม่ได้ เลยมีส่วนของร่างกายที่ต่ำกว่าน้ำเยอะ(โผล่แค่หัวกับแขน)
เป็นการเรียงตัวแบบเล่นแกรนแคนยอนที่ดรีมเวิลด์ แต่นี่เป็นเวอร์ชันเอาตัวเข้าแลก
แค่เริ่มต้นก็ขูดแก่งหินถลอกไปหลายแผลแล้วอะ(ใครโดนหมุนมาใกล้แก่งก็ซวยอะ ..ตูเอง)
 
เมื่อเลยแก่งใหญ่มาแล้วใกล้ถึงอ่าว ก็ช่วยกันจ้วงๆๆๆ อย่างสวยงาม ..เย้ จอดได้แล้ว
ยังอ้าปากค้างไม่ทันพูดจบ.. วงห้าตัวนี้ก็เริ่มเคลื่อนตัวต่ออีกครั้งด้วยกฎฟิสิกส์อะไรสักอย่างที่ตูก็จำไม่ได้แล้ว
เพราะเพิ่งจอดได้คนเดียวเอง อีกสี่คนสี่ห้าห่วงยังอยู่กลางกระแสน้ำอยู่ ..ก็ไม่รอดอะดิ
 
วงห้าตัวนี้ถูกน้ำพัดต่ออย่างแรง อีกคนที่หลุดจากกระแสน้ำได้ ก็โดนลากตามเค้ากลับไปด้วย
ยังคงเกาะกันเป็นวงแหวนต่อไป  ชั้นจะถูกพัดไปอย่างสวยงาม (จริงๆคือตูกลัว! ห้ามปล่อยตูนะเอ็ง)
 
ไปเกาะกันอยู่ที่เสาค้ำร้านอาหารถัดไปประมาณ 100 เมตร
..กระแสน้ำยังพัดแรง เสาไม้ก็มีเสี้ยน
มือกำลังจะหลุดอยู่แล้ว..
 
หลุดแล้ว!
ยัง.. ยังมีเสาต่อไปให้คว้าต่อ ..
ตอนนี้วงแตก กระจายกันหาเสาส่วนตัว .. คราวนี้ต่อให้เสี้ยนทิ่มยังไงก็ไม่ปล่อย ตะกายขาไปกอดเสาด้วยเลย เป็นลิงถือห่วงยาง
 
คนท้องถิ่นที่วิ่งตามมาช่วยพวกเรา ตามมาถึงพอดี มาช่วยตกลิงขึ้นจากน้ำทีละตัว
จังหวัดนี้เลยยังมี intern ไว้รับใช้เหมือนเดิม

.. เกือบโดนพัดไปถึงเวียดนามแล้วมั้ยล่ะ
 
 
ที่เหลือก็เป็นกิจกรรมกลุ่มปรบมือน่าเบื่อ, การปฐมนิเทศน์ที่ไม่มีที่สิ้นสุด, เยี่ยมรพช.หลายแห่ง(ไม่รู้จะไปทำไมมันก็เหมือนๆกันหมดน่ะ -"-)
คาราโอเกะลูกทุ่งกันตลอดเวลาจนวันหลังๆเลิกมีมารยาท ขอกลับมานอนก่อนละ เหนื่อย
(อยู่ไปพักหนึ่ง..เพลงลูกทุ่งนี่เค้าก็เปิดกันอยู่ไม่กี่เพลงเหมือนกันละนะ)
เสียดายที่อดนั่งเรือล่องแม่น้ำโขงเพราะวันนั้นฝนตกพอดี T_T
ปล. มีแค่อาทิตย์นี้แหละ ที่ตูกินผัก(ใบไม้) พอถึงเวลาหาข้าวกินเอง ตูก็กลายเป็นตัวกินเนื้อเหมือนเดิม
———————————————————————————————-
ภาคผนวก : รูปตัวโง่ห้าตัวก่อนจะถูกพัดออกจากฝั่งไปเกาะเสาร้านอาหารข้างหน้าในเวลาต่อมา
 

เรื่องก่อนหน้า
ใส่ความเห็น

2 ความเห็น

  1. สนุกดีๆ อ่านแล้วนึกถึงวินาทีระทึกตอนที่คิดว่าตัวเองกำลังจะตาย!

    ตอบกลับ
  2. patompong

     /  มกราคม 19, 2009

    555 เกือบได้ขึ้นหน้าหนึ่งไทยรัฐแล้ว

    ตอบกลับ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: