บันทึกงานหนังสือ 2/2550

นึกว่าจะไม่ได้ไปเสียแล้ว ลุ้นมานานว่าจะไปไหวมั้ย ในที่สุดก็ได้ไป 2 ครั้งจากการแลกเวรและไม่แลกเวร แม้จะถึงงานสายกว่าที่ตั้งจิตอธิษฐานไว้ไปวันละ 5 ชม. 2 ครั้ง รวม 10 ชม. ๕๕๕ กะจะไปถึงพอดีงานเปิด 10 โมง คนกำลังน้อยดี
10.00 น. : ช่างหัวงานหนังสือ ตูและเพื่อนที่รักจะนอน
แล้วพวกเราก็ถึงงานบ่ายสามกำลังดี
 
ปีนี้ได้ข่าวว่ามีการไล่จับหนังสือโรมานซ์ เสียดายไม่ได้ไปวันที่เขาจับกัน น่าสนุก ..
.. น่าตลกมากๆ ไร้สาระดี แค่เพราะว่ามันมี"ฉากรัก"เนี่ยนะ
หนังสือแนวไหนก็มีทั้งนั้นแหละ!
 
มีหนังสือแปลของ โยชิโมโต บานานา ออกใหม่ .. เราหยุดซื้อหนังสือของเธอคนนี้ไม่ได้สักที ทั้งๆที่อ่านไม่ค่อยจะได้เรื่อง(อ่านเข้าใจ แต่อ่านจบแล้วแทบจับไม่ได้ว่าอ่านอะไรไป)
ชอบมากๆอยู่แต่ฉากห้องครัวในเรื่องคิทเช่น ยืนอ่านฟรีที่ร้านหนังสือ ..เป็นครั้งแรกที่อ่านและตกหลุมรัก ซึ่งพอซื้อมาก็รักอยู่ฉากเดิมและเฉยๆกับอื่นๆ
เล่มใหม่นี้ไม่ได้ออกกับบลิสอย่างเคย แต่เป็นสนพ.โอเพ่น สงสัยเพราะคนวาด hesheit เป็นผู้วาดภาพประกอบ (อย่างน้อยก็อุ่นใจได้ว่าถ้าบลิสไม่พิมพ์ต่อ ก็อาจได้อ่านจากสนพ.อื่น?)
 
โอว สารคดี .. อยากอ่านตั้งหลายเล่มแน่ะ ขอจดเป็น wishlist ไว้ก่อนละกันนะ เดินงานรอบนึงก่อน
 
สำนักพิมพ์อะไรกันเนี่ย ทั้งบูธขายอยู่เล่มเดียว ต้องเป็นสำนักพิมพ์ใหม่แน่ๆเลย และนี่คือเรื่องเปิดตัว
‘ปริศนามนุษย์กลของ อูโก้ กาเบรต์’ หนังสือที่เขาว่าเป็นวรรณกรรมเยาวชนก็ไม่ใช่ การ์ตูนก็ไม่ แต่เป็นส่วนผสมของทุกอย่าง (ที่ว่ามา รวมถึง.. หนัง สตอรี่บอร์ด ฯลฯ อะไรเนี่ยแหละ)
เล่มหนาๆหน้าตาคล้ายกล่องไม้ขีดไฟตราพญานาค (หน้าปกขอบเหลืองตรงกลางแดงๆอินเดียๆ ข้างสันสีเข้มเหมือนที่จุดไม้ขีดไฟเลย :P)
แต่น่าอ่านจังเลย ไม่ว่ามันจะสนุกหรือไม่สนุก ก็อยากลองเป็นประสบการณ์
พี่คนขายถามว่า "รู้จักอยู่แล้วหรอคะ เห็นหยิบปุ๊บซื้อเลย"
"ก็เพิ่งเห็นในงานนี่แหละค่ะ"
กลับมาเล่นเน็ตเห็นเพิ่งรูปว่าพี่คนขายเป็นบ.ก.สนพ. -_-"
(ปล. กลับมาถึงอ่านเล่มนี้เป็นเรื่องแรก เมื่ออ่านไป 2 ใน 3 ในขณะที่ข้าพเจ้ากำลังสนุกและเริ่มติด .. ก็อ่านเจอประโยค "คือฉันตำรวจ" .. เฮ้ย นี่มันประโยคบ้าอะไรกัน เลขหน้านี้ 300 กว่าๆ –> หน้าต่อไป 400 กว่าๆ
นั่นเอง T_T ใส่หน้ามาผิดอะ ฉันเกลียดงานหนังสือ งานเผาๆหนังสือ .. แต่ใครซื้อวันหลังๆไม่ต้องกลัวนะพี่เค้าเช็คสต็อกหมดละล่ะ .. น่าเสียดายนะเนี่ยกระดาษเสียกองเบ้อเริ่ม)
 
1800-where-are-you ออกฉบับแปลแล้ว! แต่ไม่ใช่อมรินทร์เหมือนเดิม นี่ถ้าไม่เห็นชื่อ Meg Cabot นี่เราคงมองข้ามเรื่องนี้ไปอย่างแน่นอน เพราะปกอี๋อะ ออกทีเดียวครบเซ็ตเลย โดยสนพ.บลูเบลล์
 
โอ ช่อการะเกด .. นิตยสารเรื่องสั้นไทยที่เฝ้ารอ ไหนวะ บอกว่าออกแล้ว ตามแผงไม่เห็นจะมี ในงานต้องมีแน่ๆ ..  ปรี่เข้าไปลูบคลำของจริงฉบับ real time ปกสีชมพู อืม ข้างในมันพิมพ์แบบสองคอลัมน์เหรอเนี่ย ดูไม่ชินตาบอกไม่ถูก ซื้อแน่ๆ
.. ปกหลัง 280.- หักหลังกันชัดๆ แพงว่าหนังสือทุกเล่มที่ตูตั้งใจจะซื้ออีก! ไว้ไปเดินที่อื่นก่อนนะ เงินเหลือแล้วเดี๋ยวมาซื้อ
 
film Japan .. เราก็มีหนังสือรีวิวหนังเยอะแล้วน้า อ่านไม่จบสักเล่ม (เพราะจะไม่อ่านเรื่องที่ยังไม่ดูหนัง) แต่เปิดสารบัญแล้ว นี่เป็นหนังสือเล่มแรกที่มีหนังที่เรารู้จักและดูแล้วเยอะขนาดนี้ เลย..ซะหน่อย
 
อมรินทร์ เดินแต่ shock zone .. มันกะจะช็อกกันจริงๆด้วยราคาของหนังสือเล่มที่"ตูเคยซื้อไปแล้ว"
กวีนิพูห์ ..10 บาท  อ๊ากกกกก , pride & prejudice กับ เทสส์ แห่งเดเบอร์วิล ฯลฯ
ทีเล่มที่ดีใจที่เห็นเพราะกำลังอยากได้ ไม่เห็นลดเลย -*- [หากค่ำคืนหนึ่งในฤดูหนาว นักเดินทางคนหนึ่ง]
ตำนานแห่งป่าวิเศษ ก็ลดเหลือเล่มละ 30.- เฮ้อ (ดีว่าเล่มที่เหลืออยู่คือเล่มที่เราขาดพอดี)
จะยิ่งช็อกถ้าเล่มนั้นตูเคยซื้อไปแล้ว และ"ตูยังไม่ได้อ่านเลยนี่หว่า"
 
หนังสือแนวคณิตศาสตร์มีเพิ่มขึ้นอีก .. หนังสือน่าสนุกแนวคณิตศาสตร์มหัศจรรย์ แม้แต่เรื่องสั้นคณิตศาสตร์! (คณิตศาสตร์มันเริ่มมาดังได้ไงหว่า เริ่มจาก ชายผู้หลงรักตัวเลข รึป่าว? หรือต่อเนื่องมาจากไอน์สไตน์) เห็นแล้วน่าตื่นเต้น แต่เลือกอ่านไม่ถูกเลย อยากอ่านแต่ไม่อยากซื้อจัง
 
ในที่สุดก็ได้ซื้อหนังสือสรุปเคมีม.ปลาย เลข ฯลฯ อะไรพวกนี้ เพื่อนที่รักถึงกับหัวเราะขำ T_T ที่หนูเดินหาอย่างจริงจัง .. ไมอะ ก็คนมันอยากอ่านนี่นา ที่จริงอยากอ่านเคมีอุ๊มากกว่า สั้นดี แต่โดนแม่ขนไปให้ใครแล้วก็ไม่รู้ (ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ด้วย ค่อยๆหมดบ้านเลย T_T ตั้งแต่มาอยู่หอเนี้ย)
 
ปกติมางานไม่เคยสนใจบูธอาหารตรงกลางงานเลย .. เพิ่งรู้ว่ามันก็อร่อย และคนไม่เยอะไม่น้อยไปว่าศูนย์อาหารข้างล่างเท่าไหร่ ราคาแพงกว่าไม่เท่าไหร่ .. สปาเกตตี้อร่อยใช้ได้ ไส้กรอกชีสอร่อย แพนเค้กอร่อยมากกก .. จนแทบอยากไปงานอีกเพราะอยากไปกินแพนเค้ก
>_<
 
บลิส .. ปีนี้ไม่ได้ถามแม่ว่าสนพ.ส่งบัตรลดไปให้ที่บ้านรึเปล่า แต่ก็ได้ใช้บัตรของเพื่อนที่รัก ยังไงคราวนี้มันก็ไม่มีอะไรที่อยากได้อยู่ละ ชุด literature ก็ไม่มีเล่มใหม่ วรรณกรรมเยาวชนก็ไม่มีเล่มใหม่ มีแต่ชิกลิทที่ปกแหวะขึ้นทุกทีๆ (แต่มีเรื่องที่ชื่อเรื่องน่าอ่านจัง ‘A Total Waste of Make-up’ 555 ถูกใจ) ต่อไปเค้าจะยังนับเราเป็นสมาชิกรึป่าวไม่รุ แต่ก็ช่างมันเถอะ หนังสือของสนพ.นี้เป็นไอเท็มหาง่ายตามร้านมือสองอยู่แล้ว
ได้ซื้อมาแค่หนังสือแปลใหม่ของ เอคุนิ คาโอริ ที่เราติดใจเค้ามากจาก ‘ค่ำคืนนี้’ ..นับว่าน้อยมากๆเทียบกับสมัยก่อนที่ซื้อจนได้ของแถมทุกที(ไม่ได้ตั้งใจเว้ย ได้มาก็ให้คนอื่นไปอยู่ดี) .. dive เล่มจบก็น่าซื้อ แต่ยังไม่ได้อ่านเล่ม 2-3 เลย ฮ่า
 
มีการ์ตูนพ็อกเก็ตบุคน่ารักหลายเล่มเลย แต่หลังๆนี้ไม่ค่อยได้ซื้อ ทั้งๆที่เป็นแนวที่สะสม ก็มันเยอะอ้ะ แพง (ส่วนใหญ่ปีนี้เลยยืน/นั่งอ่านฟรีเอาเกือบหมดจากร้านหนังสือ)  (อยากอ่านการ์ตูนฝรั่งเศสเล่มนั้น  ‘La Trilogie Nikopol’ ตั้งเกือบสี่ร้อย T_T, ‘Nine Lives’ ก็ลังเลจนมันขายหมดไป ฉบับพิมพ์ใหม่ขอปกเดิมนะ, ‘ไม่ไปทำงานได้ไหมเนี่ย’ &’โดดงานทุกวันได้ไหมเนี่ย‘ ก็ท่าทางน่าอ่านนะ)
 
พูดถึงการ์ตูน คราวนี้วิบูลย์กิจมาตั้งบูธด้วยแฮะ เย้ แต่หนังสือน้อย (เดี๋ยวนี้การ์ตูน 45 บาท เฮ้อ..โหลดอนิเมดูฟรีดีกว่า เหะๆๆ) อย่างน้อยก็หยิบเองได้ ไม่งงเหมือนป่าการ์ตูนที่งานประจำปีของวิบูลย์กิจ (ไม่รู้เดี๋ยวนี้ยังแบบเดิมอยู่ป่าว)
 
ซื้อการ์ตูนมาไม่เยอะ เพราะหลังจากยืนเหม่อมองอากาศหน้าสันหนังสือการ์ตูน ก็นึกไม่ออกจริงๆ ว่าเรื่องนี้ตูซื้อถึงเล่มไหนแล้ววะ เลยหยิบมาแค่ไม่กี่เล่ม
.. ซื้อมาแค่นี้ยังมีซ้ำอีกว้า T_T
ขนสมุดลิสต์ไปอยู่หรอก แต่ดันไม่ได้อัพเดทอะดิ
 
หนังสือเล่มก็ซื้อซ้ำ ..พระเจ้า  ความโลภมันไวกว่าความจำ T_T เพราะดีใจที่เห็นมันลดครึ่งราคา (เลยอดซื้อ ‘พร้อมรบรับมือหุ่นยนต์ปฏิวัติ‘ ..แง้ หุ่นยนต์ของฉาน มันราคาเท่ากันน่ะ) เพราะวันที่สองมัวแต่หมกมุ่นอยู่กับการเอาอูโก้ไปเปลี่ยน จนลืมหยิบลิสต์หนังสือที่มีแล้วไปด้วย T_T
 
เดินงานหนังสือคราวนี้แล้วยิ่งคิดว่า มันไม่จำเป็นต้องมางานจริงๆ สนพ.ลดน้อยเหมือนไม่ลด จนคิดว่านอนสั่งซื้อจากเน็ตเอาก็ได้ราคาเท่านี้นี่หว่า จำนวนปกหนังสือก็ไม่เยอะ มีแต่หนังสือใหม่ๆ 
ทำเอาเบื่อได้นิดนึงเลยล่ะ
สนพ.พวกนี้นี่ช่วยสนับสนุนให้คนกลับไปซื้อหนังสือที่ร้านได้เลยนะเนี่ย (อย่างน้อยถ้าคนอย่างเราคิด ก็คงมีคนอื่นคิดบ้างแหละว้า)
 
ตอนแรกเห็น ‘เด็ก 200 ปี’ ที่สนพ.ผีเสื้อ นึกว่าจะทนไม่ไหวล้มจุดยืนแอนตี้งานหนังสือโดยไม่ขายหนังสือใหม่ในงานหนังสือซะแล้ว(เขาสนับสนุนให้คนอุดหนุนร้านหนังสือทั่วไป เพื่อ"ระบบหนังสือ") ที่แท้ลูกค้ายืนบังป้ายที่บอกประมาณว่า"ไม่ขายเล่มเหล่านี้ หาซื้อได้ที่ร้านหนังสือทั่วไป"นี่เอง ซอรี่ .. แต่ แมรี่ ป๊อบปินส์ ของเพื่อนที่รักก็ยังไม่ออก
 
แต่ พ่อมดออซ เล่มใหม่ออกแล้ว พร้อมกระดาษเนื้อในเจ็ดสี (เล่มที่เท่าไหร่แล้วไม่รู้ลืม จำได้แต่ว่าเรามีแค่เล่ม 2-4  -_-") มีความพิเศษที่ไม่ได้ใช้กระดาษสีธรรมดา (คนขายพ่นมาว่า) เป็นกระดาษที่นำไปพ่นสีตะหาก (พี่แกบอกว่านานๆมีลูกค้ามาบูธที เครียด – -" แล้วก็เปิดโชว์หน้ารอยต่อระหว่างสองสีให้ดูว่า กระดาษแผ่นเดียวกัน หน้านึงสีนึง อีกหน้านึงเป็นอีกสี โอ้ววว มันมหัศจรรย์มาก!!!  -_-") เค้าบอกว่าลองอ่านดูแล้วจะรู้ว่าทำไมต้องใช้เจ็ดสี
 
บูธของอะเดย์ ขี้เกียจอ่านนิตยสารเค้าแล้ว แต่พ็อกเก็ตบุคนั้นน่าสนใจ จึงแวะมาประจำ ราคาของสนพ.นี้ย่อมเยาดี เบื่อแต่เด็กแนว ยืนเป็นแนวหิน ไม่กะให้ชาวบ้านเค้าได้เข้าถึงหนังสือบ้างเหรอ (เดี๋ยว"กระซวก"ให้หมด) เด็กแถวหน้ายืนอ่านกันนานมาก ไม่หลบให้คนหลังหยิบด้วย (สงสัยรอบที่เราไปนี่ซวยจริงๆ)
 
มติชน .. เฮ้อ ยังไงก็เสียตังค์ให้บูธนี้เยอะอยู่ดี เพราะมันอยากอ่านน่ะ
‘ร้าย..แบบเด็กผู้หญิง’ สารคดีที่ดูเล่าค่อนข้างน่าเบื่อ(?) แต่ถ้าไม่ซื้อนอนไม่หลับแน่ๆ แม้จะรู้เรื่องพวกนี้ดีอยู่แล้ว(จากการอ่านการ์ตูน/วรรณกรรม/ชีวิตจริง ..เต็มไปด้วยเรื่องพวกนี้) ก็เพิ่งเคยเห็นหนังสือเป็นชิ้นเป็นอัน ตอนเห็นที่ร้านหนังสือนี่โดนมากๆ
หนังสือของมูราคามิ เลิกซื้อมาหลายปีแล้ว เพราะอ่านไม่ทัน แต่เห็นเล่มใหม่เป็นเรื่องสั้นเลยซื้อมาอะ
 
ช่วงปีหลังๆนี้ชอบเรื่องสั้นมาก
ยิ่งอะไรที่เป็นเรื่องสั้นแนวที่ไม่เคยอ่าน(แบบที่มันเป็นเรื่องสั้น) เข้ากับไลฟ์สไตล์น้อยๆ(เวลา) และสมาธิของเรายิ่งนัก
เรื่องสั้นวรรณกรรมเยาวชน เรื่องสั้นสืบสวน เรื่องสั้นไทย เรื่องสั้นต่างประเทศ เรื่องสั้นตลก เรื่องสั้นวิทยาศาสตร์ เรื่องสั้นงงๆ ฯลฯ
 
ตกลงว่าเลยไม่ได้ซื้อ ‘โรงเรียนที่เงียบที่สุดในโลก เล่ม 1, 2’ สนพ.อะไรก็จำไม่ได้
จาก ห้องเรียนที่เงียบที่สุดในโลก หนังสือที่เราตกหลุมรักในวันสอบเอนท์ฟิสิกส์ (สอบเสร็จมานั่งอ่านฟรีจบเล่มที่ร้านทันที แต่เมื่อรักแล้วก็ต้องซื้ออยู่ดี ๕๕๕ .. ได้เป็นเจ้าของหลาย copy โดยไม่ได้ตั้งใจ เพราะมันถูกรวมอยู่ใน สนามหญ้า 3, และอะเดย์ยังเอามาลงทีละตอน อีกต่างหาก นี่ถ้าเราซื้อหนังสือโรงเรียนนี้ก็จะมีเพิ่มอีก copy นึง เพราะบทแรกคือห้องเรียนฯ)
 
เสร็จหนังสือที่ยังไม่มีแพลนจะอ่านเร็วๆนี้มาหลายเล่ม เพราะโรคจิตอยากครอบครอง (ในที่สุดก็ซื้อ Mrs.Dalloway มา  อืมม อยากลองอ่านของคนเขียนคนนี้ ผู้มีเอ็นเนียแกรมไทป์เดียวกับเรา type ที่ฆ่าตัวตายกันเพียบเลย
 
ซื้อหนังสือลดราคาเยอะๆมาน้อยลงมาก ดีมาก พัฒนาๆ (เพราะปีก่อนซื้อไปหมดแล้ว -_-")
 
กลับมาบูธสารคดี  ยืนละห้อยเลือกไม่ถูก  (พร้อมนึกไม่ออกว่า งานคราวที่แล้วมีหนังสือที่อยากอ่านมากกว่านี้แต่คราวนี้ไม่เห็น มันเรื่องอะไรกันนะ?) ตัดสินใจเดินไปเบิกตังค์ แล้วกลับมาเลือก 3 เล่มที่อยากอ่านที่สุดก่อน (เฮ้อ หนังสือแนวๆเดียวกันโดนคนเขียนคนเดียวกัน น่าจะรวมกันเป็นเล่มหนาๆเนอะ จะได้ถูกลง)
 
ช่อการะเกด .. เฮือก
ไว้เดี๋ยวยืมเพื่อนอ่านละกันนะ
อาจจะสมัครสมาชิกย้อนหลัง
เพื่อนที่รักบอกว่า ไม่ว่าจะยืนยันหนักแน่นไว้ยังไง คนเรามันก็เปลี่ยนใจกันได้เนอะ
เรื่องก่อนหน้า
ใส่ความเห็น

4 ความเห็น

  1. อยากไปเหลือเกินปุ้ม
    แต่ไม่สามารถ -_-\’

    ตอบกลับ
  2. อือ แพนเค้กอร่อย จริงๆแก

    ตอบกลับ
  3. ถ้าเราซื้อช่อแล้วจะเอามาให้ยืมนะ

    ตอบกลับ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: