Global Warming .. โลกร้อนๆ พร้อมเสิร์ฟ

 

1
ไม่ต้องใส่ถุง!
คือประโยคที่จะกล่าวออกไปเวลาซื้อของเล็กๆน้อยๆ ถ้าไม่ลืม(และยังทัน)
..ห้องเรามีขยะเยอะเกินไปแล้ว

2
..หนึ่ง นิตยสารฉบับหนึ่งประสบความสำเร็จในการหลอกล่อเด็กน้อยคนหนึ่งให้ตระหนักถึงความสำคัญของการรักษ์สิ่งแวดล้อม
โดยล่อด้วยภาพการ์ตูน .. คอลัมน์นั้นชื่อ รักธรรมชาติกับพี่มดแดง หรือมดตะนอยอะไรสักอย่างนี่แหละ

3
An Inconvinient Truth
สารคดีว่าด้วยเรื่องปัญหาโลกร้อน นำเสนอโดยนายอัลกอร์ อดีตผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ นักสิ่งแวดล้อมที่มีตำแหน่งทางการเมืองสูงสุด
..อย่างที่คิด หนังเต็มไปด้วยกราฟพุ่งกระฉูด คาร์บอนไดออกไซด์ ภาพน้ำแข็งละลาย ป่าหาย จุดจบของโลก ฯลฯ
ที่น่าสนใจ ที่จขบ.ไม่ค่อยเจอคนพูดถึงคือ
> ถ้าน้ำแข็งละลาย หมีขาวจะว่ายน้ำจนเหนื่อยตาย เพราะไม่มีที่ให้เกาะ (ในหนังมีรูปการ์ตูนอนิเมชันจำลองให้ดูด้วย น่ารักดี)
> ผลกระทบต่อนิเวศวิทยาของผู้ล่าและผู้ถูกล่า .. ความร้อนมีผลต่อเวลาวงจรชีวิตของสิ่งมีชีวิตบางชนิด ทำให้จำนวนผู้ล่าและผู้ถูกล่าในเวลานั้นไม่สัมพันธ์กัน
> ป่าบางที่จะถูกทำลายด้วยพายุแมลงจำนวนมาก จากเหตุผลข้อข้างบน, ป่าไม้แห้งตาย
(อาจผิดเพี้ยนไปนิดหน่อย .. ดูนานละจำไม่ค่อยได้น่ะ)

ฉากกราฟและความวิบัติทั้งหลายกระหน่ำสู่สายตา


ทั้งหลายแหล่นี้ไม่ได้จะมาในอีกนานรุ่นหลานของหลานของหลาน
..แต่เป็นในชั่วอายุของพวกเรา
นั่งดูไป ได้แต่เกิดคำถามในใจว่า "แล้วจะให้ตูทำไง" (ตูไม่ใช่ผู้บริหารประเทศ ไม่ใช่เจ้าของโรงงานใหญ่ยักษ์)
อีก 10 ปี กว่าเราจะเก็บตังค์มากพอได้ไปต่างประเทศ .. โลกนี้ก็คงไม่เหลืออะไรสวยงามให้เที่ยวแล้ว😦

(ช่วงที่ผ่านมาอากาศเมืองไทยก็วิปริต
จริงๆแล้วหน้าหนาวปีที่ผ่านมา อุณหภูมิทั่วโลกสูงขึ้น ยกเว้นเอเชีย
พายุทำให้อากาศบ้านเราหนาวผิดปกติ พายุวิ่งกลับไปกลับมาด้วยเหตุผลเรื่องอุณหภูมิและมวลอากาศ .. ทำให้บ้านเราหนาวหลายรอบ)

ที่สุด. ตอนท้ายหนังได้นำเสนอหนทางที่จะช่วยรักษาโลกเราไว้ได้
หนังฉลาดที่ให้ดูแต่ความมืดมนตลอดเรื่อง แล้วทิ้งท้ายด้วยใจความสำคัญ = ทางแก้ไข .. จุดประสงค์ของสารคดีนี้
..เหมือนพบทางสว่างที่น่ายินดี
ดังนี้

ทุกอย่างยัง"แก้ไขได้"
.. โดย
"change the way you live"

here’s how to start:
ใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ดี, ใช้หลอดประหยัดไฟ, ปรับเครื่องควบคุมอุณหภูมิให้พอเหมาะ
ปรับปรุงบ้านให้เหมาะกับอากาศ ติดฉนวน ลดการใช้พลังงาน
– recycle
ใช้ hybrid car, เดินหรือขี่จักรยาน, ใช้ขนส่งมวลชน ..หากทำได้
เปลี่ยนไปใช้พลังงานที่ทดแทนได้
ปลูกต้นไม้
ลดการพึ่งพาน้ำมันจากต่างชาติ ช่วยชาวนาปลูกพืชเพื่อผลิตแอลกอฮอล์
ยกระดับมาตรฐาน ให้บริษัทใช้เครื่องยนต์ที่ปล่อย CO2 ต่ำ
ออกเสียงเลือกผู้นำที่สัญญาว่าจะแก้ไขวิกฤตินี้ เขียนจม.ถึงสภา ..หากพวกเขาไม่รับฟัง จงสมัครรับเลือกตั้ง (เราอ่านอันนี้แล้วตลกดี)

.. อืม ก็ดูไกลตัวอยู่ดี -_-" (อย่างน้อยเราก็ชอบขี่จักรยานแหละนะ😀, ต้นไม้ก็เคยปลูกถั่วงอกไง)
การเปลี่ยนแปลงเป็นเรื่องยาก

"มันเป็นเรื่องของคุณธรรม"

..ตอนกำลังดูหนังเรื่องนี้ ข้าพเจ้าเปิดแอร์..

4
ทุกอย่างย่อมมีด้านมืด

อเมริกากับออสเตรเลีย ประเทศที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกอันดับต้นของโลกไม่ยอมลงนาม Kyoto Protocol (ที่ระบุว่าต้องลดปริมาณการปล่อยก๊าซฯ)
บ้านของอัล กอร์ ใช้ไฟมากกว่าบ้านคนทั่วไป 10 เท่า
มารู้จัก "คาร์บอนเครดิต" กัน .. อุตสาหกรรมแต่ละที่จะมี"โควต้า"ปล่อยCO2ได้ถึงระดับหนึ่ง .. แต่ใครปล่อยไม่ถึงโควต้า สามารถนำตัวเลขส่วนที่ขาดไปขายต่อได้ .. อุตสาหกรรมที่ปล่อยเกินก็ต้องซื้อโควต้านี้มาหักล้างให้ได้ .. จึงเกิดตลาดซื้อขายคาร์บอนเครดิต
อุตสาหกรรมก็ลดการปล่อยลงสักน้อย แล้วเอาไปขายต่อแพงๆได้
พ่อค้าคนกลาง/นายหน้าได้สินค้าใหม่มาทำตลาด
ส่วนพวกที่ปล่อยเกิน.. ก็ไม่ต้องลดการปล่อยก๊าซเอง แถมปล่อยมากเท่าไหร่ก็ได้อย่างสบายใจด้วย .. แค่หาซื้อคาร์บอนเครดิตมาหักลบ บริษัทได้กำไรเยอะอยู่แล้ว คิดยังไงก็คุ้ม(เพราะต้นทุนเปลี่ยนเทคโนโลยีให้ประหยัดพลังงานนั้นสูงมากกก)
บางที่ก็โกงโดยตกแต่งเทคโนโลยีประหยัดพลังงานแบบห่วยๆ

วิธีที่ถือว่าลดคาร์บอนอีกวิธีคือ การปลูกป่า .. โดยไม่สนใจว่าจะไปรื้อพื้นที่อะไรมา .. ไปถางป่าธรรมชาติเพื่อปลูกสวนป่าก็ย่อมได้
บางบริษัทรถยนต์ทำตัวรับผิดชอบด้วยการปลูกต้นไม้ 5ต้นต่อรถที่ขายได้ 1 คัน (เยอะจังเลย 2 ต้นก็พอมั้ง!)

เบื้องหลัง"เอธานอล"จากอ้อย/ข้าวโพด ที่ว่าเป็นพลังงานสีเขียว .. อุตสาหกรรมผลิตเอทานอลเองปล่อยมลพิษมหาศาล (ต้องเผาไร่อ้อยขนาดใหญ่เท่าบางประเทศในยุโรป + ปุ๋ยและยาฆ่าแมลงนั้นใช้พลังงานน้ำมันผลิตอยู่ดี), แถมใช้พลังงานผลิตมากกว่าพลังงานที่เอธานอลให้ได้, การผลิตสำหรับรถยนต์ 1 คันใช้พื้นที่ปลูกมากขนาดเอาไปทำกินเลี้ยงคนได้ 7 คนต่อปี, ยังไม่นับปัญหาคนงานตัดอ้อยถูกใช้อย่างทาสและกดขี่ค่าแรง

5

มี 2 กระแสใหญ่ๆเกี่ยวกับปัญหาโลกร้อน
คือ กลุ่มที่เชื่อว่าเกิดจากฝีมือมนุษย์ และกลุ่มที่เชื่อว่าไม่ได้เกิดจากมนุษย์
แต่เป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติ!

ทุกฝ่ายเห็นตรงกันแค่ว่า "โลกร้อนขึ้นจริง"
..แต่อาจจะปกติหรือไม่ปกติ

สำหรับฝ่ายแรก .. CO2 คือตัวร้าย
แต่ CO2 คือตัวร้ายจริงๆเหรอ ?

จากการศึกษา.. "โลกร้อนขึ้นจริงๆ"
และ "CO2 เพิ่มขึ้นจริงๆ"
บอกได้แค่ว่า .. โลกร้อน มี"ความสัมพันธ์"กับการเพิ่มขึ้นของ CO2

แปลว่าโลกอาจร้อนจาก CO2 โดยตรง
หรือ สองปัจจัยนี้ก็แค่สัมพันธ์กันอย่างใกล้ชิด (correlation) จริงๆมีบางปีไม่ได้สัมพันธ์กันด้วย
หรือ CO2 อาจเพิ่มเพราะโลกร้อนก็ได้นะ!!!

ข้อมูล


โลกร้อนครั้งนี้ปกติหรือผิดปกติ?
> โลกร้อนๆเย็นๆเป็น cycle มาตั้งนานแล้ว .. cycle ละ 1500 ปี

ตอนนี้โลกก็แค่กำลังเข้าสู่ช่วงร้อนเท่านั้นเอง
       หลักฐานที่ว่าคือ
      – วัดอุณหภูมิในอดีตจาก .. เจาะแกนน้ำแข็งขั้วโลก, ตะกอนในทะเล, หินงอกหินย้อย, เจาะพื้นดิน
      – ล่างๆเกาะ Greenland ครั้งหนึ่งเคยอบอุ่นเป็นทุ่งหญ้าจนมนุษย์ไวกิ้งไปตั้งชุมชนเลี้ยงสัตว์อยู่ได้, ไอซ์แลนด์ปลูกธัญพืชได้, จีนตอนเหนือปลูกส้มได้
      – จำแผนที่แถวๆประเทศไทยสมัยก่อนได้ไหม ยุคทวารวดีเป็นช่วงโลกร้อน ..น้ำทะเลสูงถึงชัยนาท
      – สมัยโบราณ(สมัยที่เป็นช่วงร้อน)เค้าร้อนกว่าเราอีกนะ

CO2 เป็นสาเหตุโลกร้อนจริงหรือ?
> CO2 ถ้าจะมีส่วนทำให้โลกร้อน .. ก็แค่ร้อนขึ้นจิ๊บๆ
และแม้มนุษย์จะก่อมลพิษหรือไม่ก็ตาม CO2ก็สูงขึ้นลงเป็น cycle ตามธรรมชาติของมันอยู่แล้ว(เหมือนกัน!)
โลกไม่ได้มีแค่อากาศ แต่ยังมีน้ำในมหาสมุทรแหล่ง CO2 เลย ..
CO2 ในอากาศจะมากหรือน้อยขึ้นกับการละลายในมหาสมุทร (ถ้าละลายน้อยก็อยู่ในอากาศมาก)
ความสามารถในการละลายก็ขึ้นกับ อุณหภูมิอีกที (ถ้าร้อน จะละลายน้อย)
..ดังนั้น จึงมีคนคิดว่าโลกร้อนต่างหากทำให้ CO2 สูง

แล้วโลกร้อนจากอะไร?
> โลกร้อนอาจมีสาเหตุจากดวงอาทิตย์

จากการบันทึกข้อมูลในอดีต โลกร้อนสัมพันธ์กับจุดดับและการแผ่รังสีของดวงอาทิตย์

แล้วมหันตภัยของโลกร้อนล่ะ?
> อุณหภูมิที่สูงขึ้นก็แค่อุณหภูมิเฉลี่ยของโลก .. ใช่ว่าแต่ละที่จะเปลี่ยนเท่ากันซะเมื่อไหร่ โลกจะร้อนขึ้นที่ขั้วโลกมากกว่าแถวเส้นศูนย์สูตร

อากาศเย็นตะหากทำให้จำนวนคนตายมากกว่าอีก
> ที่ว่าโลกร้อนทำให้พายุแรงขึ้นนั้นก็แค่ 1-2 ไมล์ต่อชม.เอง .. แถมทั่วโลกมีอุณหภูมิต่างกันน้อยลง เกิดพายุน้อยลงด้วย

ว่ากันว่างานวิจัยที่สนับสนุนฝ่ายหลังนี้ส่วนใหญ่ไม่ได้รับการตีพิมพ์
และกราฟรูปไม้ฮอกกี้ (ตอนแรกราบเรียบ และพุ่งกระฉูดในตอนท้าย)ที่แพร่หลาย เกิดจากการเลือกใช้ข้อมูลเพื่อให้ได้เส้นกราฟตามต้องการ
คือถ้าเลือกใช้ข้อมูลอุณหภูมิจากพื้นที่ที่ sensitive จะได้กราฟโลกร้อนเย็นเป็น cycle
ก็เลยเอาข้อมูลจากพื้นที่ที่ไม่ค่อยเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิ(มาร่วมเฉลี่ยได้ซะเลย .. ผลออกมาได้เป็นกราฟอดีตอันราบเรียบดี

ความสำคัญของการพิจารณาเรื่องนี้ คือ
..ถ้ามันแก้ไขได้ plan เราคือแก้ไข, ถ้าแก้ไม่ได้ plan เราคือป้องกัน
เราควรใช้งบประมาณที่มีอยู่อย่างจำกัด ลงทุนลด CO2 หรือสร้างเขื่อนป้องกันน้ำทะเลกันแน่

6
ถามว่าเราเชื่อใคร.. ก็เชื่อไว้ก่อนทั้งสองฝ่ายเลยละกัน
คือ โลกร้อนจากปรากฏการณ์ธรรมชาติ + มนุษย์ .. อาจจะ synergize กันก็ได้
เรื่องการใช้เหตุผลของทั้งหมดนี้เหมือนการแพทย์เลยเนอะ ^-^(รักการเรียนแพทย์ก็ตรงนี้แหละ)
คำอธิบายของทั้งสองฝ่ายยังมีช่องโหว่ที่เราไม่เข้าใจ(และไม่รู้จะไปถามใครเพิ่ม)อยู่หลายจุด

และโดยส่วนตัวเราคิดว่า มันน่าจะมีหลากปัจจัยมากกว่า อุณหภูมิ และ CO2 นะ
โลกนี้น่าจะมีศัตรูหลายอย่าง (ตัวเอ้ อาจยังไม่ถูกค้นพบก็ได้นะ!)

โลกร้อน ทางการแพทย์คือ
..โลกกำลังมีไข้!
ถ้าเป็น med ก็ต้อง work up
ถ้าเป็นศัลย์ ก็ wind, water, wound, walk, wonder  (โลกผ่านการผ่าตัดอะไรมารึเปล่านะ?)
ถ้าเป็นเด็ก นี่ห่อผ้าหนาไปรึเปล่านะ

ถ้าเป็นๆๆๆๆ
(กูเรียนจนบ้าไปแล้ว)

7
เด็กน้อยคนนั้น บัดนี้เติบโตขึ้นแล้ว อ้วนท้วนสมบูรณ์
เธอเคยเครียดเรื่องธรรมชาติและโลก
แต่ตอนนี้เธอคิดว่า

"เอ๊ะ แล้วทำไมต้องห่วง/ยึดติดกับธรรมชาติ (มนุษย์น่ะเลิกห่วงนานแล้ว)
..โลกจบแล้วไง
ไม่เห็นจะเป็นไรเลย!"

สัตว์โลกทั้งหลายก็คงไม่มีพื้นที่ให้ชดใช้กรรมและทำความดีเพื่อเลื่อนขั้น ..กระมัง

 


เฝือจริงๆ หัวข้อนี้
จนถึงตอนนี้มีแต่สื่อพูดถึงเต็มไปหมด (ไปถึงทีวี โฆษณา และนิตยสารผู้หญิง -*-)
ก็เล่นดองต้นฉบับไว้ครึ่งปีนี่นา -_-"
(แต่ก็ดีเหมือนกันเพราะทำให้ความคิดเปลี่ยนเยอะเลย)
 
โลกร้อนก็เป็นเทรนด์ได้ด้วยแฮะ -_-"
ตื่นตูมกันจริงๆ
 
อ๊ะ .. บังเอิญคล้องจองกับชื่อ msn ของเราตอนนี้พอดีเลย
"ความร้อนไม่สามารถเปลี่ยนเป็นพลังงานรูปอื่นได้โดยสมบูรณ์ และสุดท้ายคือระบบจะมีความยุ่งเหยิงตลอดเวลา"
กฎข้อ 2 ของ Thermodynamics (ทีตอนมีคนสอนดันขี้เกียจเรียน ตอนนี้ละอยากรู้ T_T)

เรื่องต่อไป
ใส่ความเห็น

2 ความเห็น

  1. มีสาระจนเหมือนไม่ใช่บลอกแกเลยปุ้ม
     
    ปล.กูก็ร้อนว่ะ เมื่อไรหอชายจะมีแอร์!!!!

    ตอบกลับ
  2. บล็อกคราวนี้มีสาระมากมายจริงๆ อ่ะ เพื่อน สมกะที่ดองมาครึ่งปีจริงๆ อัดแน่นๆ ว่าแต่ว่า "ความร้อนไม่สามารถเปลี่ยนเป็นพลังงานรูปอื่นได้โดยสมบูรณ์ และสุดท้ายคือระบบจะมีความยุ่งเหยิงตลอดเวลา" มันอะไรอ่ะ ช่วยขยายความเพิ่มหน่อยจิ อ่านแล้วแปลไทยเป็นไทยไม่ถูกแหะ

    ตอบกลับ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: