งานหนังสือ (ทั่วไป) & 1/2550


ช่วงเวลาไร้สติของปี
 
ผู้เขียนเองก็ซื้อหนังสือปีละ 2 ครั้งเหมือนกัน เสียสุขภาพต่อร้านหนังสือ(esp. ร้านหนังสือเล็กๆ) แต่ดีกับสุขภาพผู้เขียน(มีเงินไปซื้ออาหาร:P)
ที่จริงการซื้อหนังสือในอุดมคติของผู้เขียนคือ ซื้อทีละเล่ม อ่านทีละเล่ม
..เล่มที่จะเป็นสุดยอดหนึ่งเดียวของตอนนั้น..
อันเป็นความรู้สึกที่พึงมีสมัยจนหนังสือ
 
เหตุผลที่ทำไม่ได้
1. ผู้เขียนจะยอมเสียเงินซื้อหนังสือเต็มราคาปกที่ร้านธรรมดา
ถ้าจะมีร้านหนังสือที่มีหนังสือ "ทุกเล่ม" จากทุกกาลเวลา

เบื่อที่จะรีบซื้อหนังสือ เพราะกลัวมันหายไปจากท้องตลาด เวลาอยากอ่านแล้วหาไม่ได้
(ลองคุ้ยตู้หนังสือที่บ้าน พบว่ามีหลายเล่มที่ตอนนี้เราไม่เห็นขายแล้วจริงๆ ..คงจะมีอยู่ แต่หายากหน่อยแหละมั้ง)
2. เป็นไปไม่ได้ที่จะเริ่มต้นใหม่โดยการอ่านที่มีอยู่ให้จบก่อน
..ซื้อหนังสือจากการจัดงาน 1 ครั้ง มากกว่าจำนวนที่อ่านได้ทั้งปี ..

เบื่อการที่จะต้องเลือกซื้อหนังสือเพราะมันถูก
แต่หนังสือที่เราอยากอ่านตอนนี้จริงๆกลับซื้อไม่ไหว เพราะแพงเหลือเกิน
 
อ่าน : อันตรายของวัฒนธรรมการซื้อหนังสือปีละสองครั้ง

นอกจากเสียสติแล้ว ยังเสีย..เซนส์เรื่องทิศทาง
เส้นทางไม่ใช่ทางที่ตาเห็น เส้นทางคือหน้าปกหนังสือที่ดึงดูด (เสมือนปังคุงกับเจมส์ โดนล่อไปด้วยอาหาร -_-")
 
จำนวนหนังสือที่อยากได้เพิ่มขึ้นทุกๆ 2 ก้าว
อยากได้รถเข็นแบบซูเปอร์มาร์เก็ต กวาดหนังสือที่ตกหลุมรัก มากองรวมกัน แล้วเดี๋ยววิ่งเอาไปวางคืนทีหลังก่อนกลับ
555 ได้ทำเป็นซื้อก็ยังดี
(หรือได้ทำแค่ wishlist ก็ได้  แต่..
1. ทำไม่ไหว 2. ยัยโรคจิตที่ไหนมายืนจดยิกๆแถวนี้)
 
หนังสือลดราคา 50% / ลดเยอะๆ ยังคงเป็นเทรนด์ที่เพิ่มขึ้นทุกงานๆ
และเป็นชะตากรรมของหนังสือแนวที่เราอ่านต้องมาอยู่กองนี้ทุกที T-T
1. เจ็บใจ ซื้อแพงไปแล้ว ยังไม่ได้อ่านเลย
2. อ๊ะ เล่มนี้เล็งไว้ยังไม่ได้ซื้อ ดีจังได้ราคาถูก ..แต่แบบนี้ก็ไม่มีคนทำออกมาอีกแล้วน่ะเสะ!
 
วันแรกๆ : หนังสือเก่าลดราคา ยังมีให้เลือกเยอะดี ยังเรียงสวยงาม
วันหลังๆ : หนังสือออกใหม่เพิ่มขึ้นเยอะดี (ไม่เข้าใจ เวลามีทั้งปี มาเร่งช่วงวันงานทุกที) (อ่อ เหมือนรายงานของเรานั่นเอง -*-)
 
คนเกลื่อนงาน คนเกลื่อนพื้น
การขโมยทำได้ง่ายมากๆเลย (สำหรับบูธหนาแน่น)
ผู้เขียนเองเคยเผลอถือหนังสือตั้งใหญ่ออกมาโดยไม่ได้จ่ายสตางค์ แล้วนึกออกวิ่งกลับไปจ่ายทีหลัง
ผู้เขียนเลยเชื่อว่ามีคนทำ
 
โซนหนังสือต่างประเทศ คือ ที่สำหรับหายใจ
เงินหมดแล้วเดินเล่นก็เจริญหูเจริญตาดี(แม้อ่านไม่ออกสักตัว – -")
 
ครั้งแรกที่ไป คือ ครั้งสุดท้ายที่คุรุสภา
ที่สิริกิติ์ ยังไม่ขาดสักที งานละอย่างน้อย 2 วัน
ปีหลังๆ แม้จะไม่ได้กระตือรือร้นอะไรมาก แต่อยู่ในงานแล้วตื่นเต้นทุกที:)
 
 
สำนักพิมพ์ที่เดินอย่างมีจุดมุ่งหมาย
สำนักพิมพ์ใหญ่ๆ : มติชน, อมรินทร์
เดินอย่างเดียวจริงๆ ไม่ซื้อ หนังสือใหม่ลดน้อยอะ(ใจร้าย) แอนตี้ๆ
ยกเว้น ..กองโละ -_-"
ส่วนใหญ่พอหาได้จากร้านมือสองอยู่แล้วด้วยแหละ
 
สำนักพิมพ์ประจำ : คบไฟ, โกมลคีมทอง, นาคร, รหัสคดี, สารคดี, มูลนิธิเด็ก, underground, alternative writer
แวะไปดูหนังสือออกใหม่ แต่หลังๆมานี้ไม่ซื้อ/ 1-2 เล่ม เพราะ ..
ใช่ เหตุผลนั้นแหละ คุณเดาถูก
 
สำนักพิมพ์ที่มักได้กินเงินเรา
Open : น่าสนใจไปซะหมด ..ช่วยด้วย
Bliss : บูธพนักงานสาวสุดตื้อ(ภาษาชาวบ้านคงแปลว่า ขายเก่ง)
ทำหน้างอนเวลาเราไม่ซื้อเล่มที่แนะนำยังไงเราก็ไม่เห็นว่า"น่ารัก"หรอก ตูเป็นผู้หญิงเฟ้ย(เอาผู้ชายมาขายเดะ 555)
จะเหมาเกือบหมดสนพ.แล้วเฟ้ยไม่ต้องยัดเยียดมาก จะเลิกอ่านแล้ว ตอนนี้ตามอยู่แค่ literature, มูลนิธิชัยดำรงธรรม, j-warmheart
วงกลม : ชอบวรรณกรรมแปลของสนพ.นี้ทำได้น่าอ่าน
หนังสือ classics (ภาษาอังกฤษ) บูธไหนก็ได้ : เดินไปหลงใหล ลูบคลำ และอดไม่ได้ที่จะซื้อครั้งละ 1-2 เล่ม แม้จำนวนหนังสือEในครอบครองที่อ่านจบจะ = 0
การ์ตูนทั้งหลาย : ปีนึงซื้อ 2 ทียังอ่านไม่ทันเลย
อื่นๆ : ขึ้นอยู่กับว่าหนังสือที่อยากได้อยู่สนพ.อะไรก็แค่นั้นเอง
 
.
.
น่าสงสารคนที่มาเดินกับเราจริงๆ
 
 

 
1/2550
(งานสัปดาห์หนังสือ ครั้งที่ 35)
1st : เย็นวันแรก
แปลกใจที่คนส่วนใหญ่คิดว่างานเริ่มเช้าวันรุ่งขึ้น
2nd : เช้าวันหยุดวันหนึ่ง
10 โมงกว่าวันหยุด คนน้อยพอๆกะวันธรรมดา
หนาวววววววววววววววว
(หลายคนชอบถามว่าเราไว้ผมยาวทำไม  คำตอบคือ .. ไว้กันหนาว 555)(แต่เราไม่มีเสื้อกันหนาวสักตัวจริงๆนะ)
 
– บูธหนังสือล้นทะลักออกมานอกตึกแล้ว .. แค่ยังไม่เข้างาน ก็โดนดูดให้ซื้อจนถือไม่ไหวแล้ว 1 รอบ
– รู้สึกคนจะน้อยลงนะ(?)
– ไม่ค่อยมีรถลากเลยเยี่ยมจริงๆ
– รู้สึกเสียใจที่ดันลืมอุดมการณ์ที่จะอ่านหนังสือฉบับภาษาอังกฤษเป็นหลัก เพื่อความ original
ดันซื้อวรรณกรรมฉบับแปลมาทั้งนั้นเลย ..โดยเฉพาะวรรณกรรมเยาวชน! ที่พอจะมีศักยภาพอ่านได้มากที่สุด
แถมหลายๆเล่มฉบับอังกฤษถูกกว่าด้วย
– รู้สึกเดือดดาลที่คนขาย คิดเงินให้คนซื้อทีหลังเราได้ก่อนตลอดเวลา
ทำงานไม่คล่อง .. หรือ เค้าซื้อของราคาแพงกว่าเรา?
– ชอบพนักงานบลิสปีนี้อะ พฤติกรรมไม่ขาดไม่เกิน .. แต่ทางสนพ.เริ่มขู่สมาชิกแล้ว กรอด* ต่อไปถ้าไม่ใช้บัตรลด 30% ซื้อไป 1 ปี จะถูกตัดสิทธิ์ .. กะว่าจะเดินไปหาคนที่ซื้อเยอะๆแล้วถามว่าจะใช้บัตรลดร่วมกับเราไหม แต่ไม่กล้า
– ไปนั่งอ่านหนังสือฟรีที่ซุ้มกิจกรรม(จำชื่อไม่ได้ T_T) ที่เขามีหนังสือเยอะๆให้เลือกไปนั่งอ่าน จบ 1 เล่ม:)
– นอกจากนั่ง ยังไปยืนอ่านหนังสือภาพฟรี จบ 1 เล่ม ต่อหน้าพนักงานขายที่บูธหนึ่งอีกด้วย .. ด้านจริงๆตู ไม่เป็นไรเพื่อเงิน 200+

 
 
สิ่งที่ได้มา
นิตยสารเก่าๆ ..ที่อยากอ่านแต่ไม่มีปัญญาซื้อ เลย"รอ" : สารคดี, ฅ. คน
จำนวนเงินเท่ากันซื้อได้มากเล่มกว่า + ความหนาแน่นของนิตยสารสูงกว่า = ถือไม่ไหว
ถือไม่ไหว ก็ไปฝาก
ฝาก 3 รอบ = …!!!
 ..แล้วจะกลับยังไง ลืมคิดไปเลย!
หนังสือคลาสสิกฉบับ E คราวนี้ : Black Beauty, Alice’s Adventure in Wonderland,  Aesop’s Fables
หนังสือโละ : ไม่บอก
หนังสือใหม่ : ไม่บอก
  
 
 
หนังสือใหม่ที่น่าตื่นเต้น

ความรักของเยนแอร์ (Jane Eyre – Charlotte Bronte) : มันออกฉบับแปลอีกครั้งแล้ว(หลังจากหลายสิบปีก่อนกระโน้น) เพิ่งซื้อฉบับE คราวที่แล้วเอง เยี่ยมไปเลย (แต่ฉบับE ถูกกว่า 5-6 เท่า)
ช่างเป็นการไปขุดวรรณกรรมคลาสสิกที่ไม่มีค่าลิขสิทธิ์แล้ว มาทำได้แพงจริงๆ
ผิดหวังกับการแปลฉบับเก่าที่ขาดหายไปเป็นย่อหน้าเลย ต้องสืบดีๆ คิดดีๆก่อนซื้อ
The God of Small Things – Arundhati Roy .. ออกฉบับแปลแล้ว! สนพ.มูลนิธิเด็ก แทบไม่เชื่อสายตา ปรี่เข้าไปจ้องใกล้กว่า 1 ฟุต .. พระเจ้า ไม่มีตังค์ T-T
An Inconvinient Truth – Al Gore  .. หนังสือเล่มงาม ให้ความรู้สึกขัดแย้งอย่างบอกไม่ถูก .. หนังสือเนื้อหารักษ์สภาพแวดล้อมในรูปเล่มตระการตาต้นทุนสูง
ปีกนางฟ้า – โยชิโมโต บานานา .. เฮ สนพ.นี้ยังคิดออกงานแปลของนักเขียนคนนี้อยู่
นิตยสารวิภาษา ฉบับปฐมฤกษ์.. ไม่รู้ว่าออกในงานนี้ป่าว เพิ่งเห็นที่แผงหลังวันงาน 1 วัน (อ้าว ออกนานแล้วเรอะ ไม่ได้แวะแผงมานานมากเลย เก็บตัวเก็บตังค์) .. นิตยสารวงการสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์!
ดอนกิโฆเต้ แห่งลามันช่า ขุนนางต่ำศักดิ์นักฝัน (Don Quixote- Miguel de Cervantes)  .. (ออกหลายงานแล้ว แต่อยากพิมพ์เก็บไว้) ช่างเป็นหนังสือที่สวยจริงๆ
ปล.ไม่ได้แปลว่าซื้อ
<ไร้สติจริงๆ พิมพ์ไรไปอ่านไม่รู้เรื่องเลย โอยมึนงง แฮงก์ว่ะ>
ใส่ความเห็น

5 ความเห็น

  1. เฮ้ย วิภาษามันออกมาพักนึงแล้วนะ ตอนแรกก็สนใจอยู่เหมือนกัน แต่เปิดๆอ่าน ไม่ซื้อดีกว่าว่ะ

    ตอบกลับ
  2. ไปเดินสูดบรรยากาศสัปดาห์หนังสือมาเหมือนกัน
    ไม่กล้าซื้อเยอะ เพราะตอนนี้หาที่เก็บหนังสือไม่ได้แล้ว ^^
     

    ตอบกลับ
  3. เรื่อง black beauty มันใช่เรื่องเกี่ยวกับม้าป่า สีดำ
    ใช่รึเปล่า   อยากอ่านมั่ง ไว้ขอยืมหน่อยสิปุ้ม
     

    ตอบกลับ
  4. ผู้ชนะสิบทิศของฉานนนน(ที่สุดท้ายก็ไม่ได้ตื่นไปซิ้อ)

    ตอบกลับ
  5. patompong

     /  เมษายน 18, 2007

    อยากไปอ่ะ แต่แค่คิดก็เหนื่อยแล้ว ขอนอนดีกว่า

    ตอบกลับ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: