หมู่เกาะสุรินทร์

 
เป็นครั้งแรกกับภาคใต้ของเรา!
 
คืนแรกบนรถทัวร์
ไม่รู้คิดถูกหรือผิด ต้องมานอนลำบากลำบน 4 คืน (รถทัวร์-เต็นท์-เต็นท์-รถทัวร์)
มันเร็วเกินไป เพิ่งสอบเสร็จเย็นนั้น(หลายคืนก่อนหน้านั้นก็อดนอน) ยังไม่ทันได้พักผ่อนให้หายขี้เกียจจนเกิดความกระหายอยากเที่ยวเลย
อยากนอนอ่านหนังสืออยู่กรุงเทพฯมากกว่า
 
*คำถามนี้ถูกตอกย้ำด้วยประโยคจากหนังสือที่ยืนอ่านตอนเข้าแถวรอคิวห้องอาบน้ำที่เกาะ
เศษทรายในกระเป๋า ของ วรพจน์ พันธุ์พงศ์
"..เดินทางเพื่อเพิ่มหลักไมล์ แต่หัวใจยังคับแคบเหมือนเดิม บางทีการนอนอ่านหนังสืออยู่ที่บ้านอาจจะมีความหมายมากกว่า"
ดูสิ แล้วอย่างนี้จะไม่ให้"โดน"ได้ยังไง!
 
 
 
ดำน้ำ (snorkeling)
นี่เป็นครั้งที่สองของการดำน้ำตื้นของเรา ตอนนี้ใช้ snorkel คล่องขึ้นแล้ว ไม่กินน้ำทะเลสักอึก..เย่ (แต่ถ้าเข้าปากเป็นหยดมันก็ต้องมีบ้างละนะ)
สบู่ใช้ล้างแว่นตาออกมาได้ใสมากกก

ทะเลที่เห็นใส ก็ยังมีความขุ่น
สิ่งที่อยู่โฟกัสใกล้ๆก็มีความน่าสนใจมากมาย.. น้ำทะเลใกล้ๆตา ก็มองเห็นอะไรได้หลายอย่าง .. เห็นเส้นๆ เห็นกลมๆเล็กๆ .. มันใช่พวกสาหร่ายเล็กๆหรือไม่? ในหูได้ยินเสียงแป๊ะๆเหมือนอะไรเล็กๆแตกเต็มไปหมด
แมงกะพรุนกลมใสขนาดเล็กกว่าฝ่ามือ จับแล้วนิ่มๆดี
 
school of fish!
สิ่งที่น่าประทับใจที่สุดของเราต้องยกให้ "ฝูงปลา"
คุณปลา! ฝูงปลา! เผลอว่ายตามฝูงปลาไปหลายที เพื่อนๆต้องคอยตามกลับ ๕๕๕
ชอบที่สุดเวลาฝูงปลาว่ายผ่านใต้ตัวเราไป .. ใกล้&ชัดมาก
ยิ่งฝูงของปลาตัวใหญ่ก็ยิ่งน่าอัศจรรย์
โดยเฉพาะฝูงปลาตัวใหญ่ที่ประกอบด้วยปลาตัวใหญ่หลายชนิด! เห็นทีเดียวคุ้มเลย
ฝูงปลาเล็กรวมพลังกันก็ก่อเกิดสิ่งมหัศจรรย์..
ในที่สุดก็ได้เห็นปลาการ์ตูนในธรรมชาติ สีสวยสดใสน่ารักจริงๆ ปะการังบ้านมันก็น่ารักเข้ากันเป็นอย่างมาก

 
ข้าพเจ้าชอบลอยรั้งท้ายกลุ่ม ..อยู่ห่างๆ (จนคุณไกด์ ถามว่า"ไหวมั้ยคะ" หลายทีมากๆ และบางครั้งลากเราว่ายกลับเรือเองเลย)
ต้องการห่างจากสิ่งที่เห็นชัดที่สุดในโลกสน็อกเกิล .. ฝ่าเท้า .. และฟองอากาศมหาศาลที่เกิดจากการขยับของสิ่ง(หลาย)คู่นี้ บดบังทัศนียภาพมิเหลืออะไร
ว่ายกันเป็นกลุ่มกรุณาอย่าตีขาแรงหรือถีบกบ!
(ข้าพเจ้าก็เผลอไป 2 ที ..ขอโต้ด..  ข้าพเจ้ายังจำความรู้สึกที่ ฝ่าเท้าสัมผัสเส้นผมได้เป็นอย่างดี ..ทำให้รู้ว่าฝ่าเท้าก็รับสัมผัสได้น่าอัศจรรย์เช่นกัน!)
ไม่รู้คิดไปเองรึเปล่า แต่รู้สึกว่าอยู่บริเวณคนน้อยแล้ว "ปริมาณ" ปลารอบกายจะเยอะกว่า แม้ว่าอาจจะไม่ได้เห็นอะไรดีๆที่คุณไกด์ชี้ให้ดู ไม่รู้ชื่อปลา(ดำน้ำอย่างมีความรู้ย่อมเจออะไรดีๆมากกว่าดูมั่วเอา)
แต่รอให้ข้างหน้าโวยวาย แล้วเร่งว่ายตามไปดูก็ยังทัน😀
ทันเห็นคุณเต่า .. น่ารักสุดๆๆๆ เลย!
(เห็นคุณเต่าแล้ว ความเร็วเพิ่มขึ้น 10x)
ลองว่ายน้ำตามคุณเต่าอยู่พักหนึ่ง .. ไม่ไหวๆ😛
 

 
พอได้สัมผัสของจริงแล้ว  นิทานเด็ก..กลายเป็นสิ่งยิ่งใหญ่มาก!
ชั่วเวลาที่เราอยู่ตรงนั้น จินตนาการถึงบางสิ่งในขนาดของจริง..
คุณเต่าตัวนั้นน่ะเหรอที่จะพาเราไปเมืองบาดาล
ความยิ่งใหญ่ของท้องทะเล ทำให้โจรสลัดดูเก่งขึ้นในพริบตา
ถ้านางเงือกมีจริง อาณาจักรของเธอก็ยิ่งใหญ่มาก
 
..เกาะสุรินทร์  แหล่งปะการังน้ำตื้นสวยสุดในประเทศไทย..
พวกเรากำลังศึกษาทะเล post-tsunami 2 ปี ..
มันช่าง"จืด"เหลือเกิน ปะการังกำลัง"เริ่ม"ฟื้นตัวจริงๆ .. เพิ่งเริ่ม!
เราควรต้องมาใหม่ในอีกกี่ปีดี?
ขนาดแค่ในมุมมองหม่นๆแบบนี้ก็สวยมากแล้ว .. เราเกิดช้าไป 3 ปีหรือนี่
(พอมาเห็นภาพถ่ายปะการัง pre-tsunami ทีหลัง ..แทบร้องไห้.. ถ้าสิ่งที่เราเห็นเป็นแบบนี้ คงน้ำตาหลั่งรินอยู่ใต้ snoggle นั้นเอง! สดใสหลากสีมากมาย) (สุดท้ายแล้วเราก็แค่เสียใจที่ตัวเองไม่ได้เห็นสินะ! .. ไม่ได้ใส่ใจอย่าง"แท้จริง"ถึงการมีอยู่ของมันในปัจจุบัน ..คนท้องถิ่นจะเสียใจขนาดไหนกัน)
 
สิ่งที่เห็นแล้วสยองเล็กๆมี 2 อย่าง .. แมงกะพรุนไฟ กับ ปลาปักเป้า
ไม่เห็นปลากระเบน กับ งูทะเล ..ง่า
คุณปลายักษ์ตัวนึงน่ารักที่สุดในโลก(ไม่รู้ปลาไร) ทำให้เรากล้านิ่งหยุดดูอยู่นานแถวๆที่เห็นแมงกะพรุนไฟ
 
เผลออินกับโลกใต้ทะเลไปอย่างไม่รู้ตัว
การอยู่นิ่งๆทำให้เห็นรายละเอียดเพิ่มขึ้น
มุมมองหมุนรอบตัว 360 องศาก็เจ๋งดี
สิ่งที่ดีใจที่สุดอย่างหนึ่งที่ชีวิตนี้ได้ทำคือ "การดำน้ำ" จริงๆ
 
เรือเล็กที่พาเรานั่งไปดำน้ำ..
ชอบนั่งที่ขอบเรือว่ะ ใกล้ทะเลเข้าไปอีกนิด เห็นทะเลกว้างขึ้นอีกหน่อย ..ร้อนขึ้น ดำขึ้น T_T
ตื่นเต้นดีตอนคุณพี่ไกด์บอกว่าเห็น"โลมา" กับ "ถ้าบ่ายๆอากาศดีอาจเห็นฉลามวาฬ"
แม้สุดท้ายแล้วจะไม่เจอสักครา
แม้จะไม่เห็นแต่ก็ตื่นเต้นที่รู้ว่ามันมีอยู่จริง..ใกล้ๆเรา!
 
 
 
กลางคืน
ทริปนี้มีแต่การดำน้ำเท่านั้น
กลางคืนจึง"ว่าง"มาก
ไฟที่เกาะเปิด 6โมงเย็น ถึง สี่ทุ่ม
ปูผ้าใบนอนกัน.. จันทร์สว่าง ฟ้าไร้ดาว 
 
นี่มันสถานที่ของคู่รักชัดๆ!
 ..กรี๊ดดด..
 
คืนแรกที่เกาะ เป็นคืนเดียวกับจันทรุปราคาเต็มดวง
ไม่มีใครใคร่ตื่นใคร่ชม
..ตื่นนอนขึ้นในเต็นท์
ลืมตา.. ยังคงนอน..
ดวงจันทร์ถูกบังเหลือเพียงเสี้ยว กระจ่างต่อหน้า..พอดี อย่างกะฝันไป
..จันทรุปราคาบางส่วน..
เราตื่นจากแสงจันทร์มาปลุกถึงในเต็นท์นี่เอง!
(จุดที่เรานอน ..แถวๆใบหน้าเรา.. เป็นจุดเดียวในเต็นท์ที่แสงจันทร์ส่องถึงผ่านหน้าต่างพอดี!)
จันทรุปราคานี่มันขอบมัวๆไม่ชัดเหมือนพระจันทร์เสี้ยวทั่วไปเนอะ
อยากจะรอจนมันเกิดเต็มดวงเหมือนกัน แต่ข้างนอกคนเดียวคงอันตรายเกินไป และมีโอกาสภูเขาบังสูง .. แค่นี้ก็พอแล้ว
 
 
 
เต็นท์
>กลางคืนร้อนมาก คันมาก
ชุดเครื่องนอนประกอบด้วย หมอนที่ไม่อยากให้เรานอนหนึ่งใบ(มีอันต้องลื่นหลุดจากหัวเราตลอดเวลา) กับ ที่นอนแคบๆ ปูบนพื้นหุ่นดี มีส่วนโค้งเว้าและนูน .. อย่างไม่พอดีกับสัดส่วนของร่างกายอย่างยิ่ง .. ต้องขยับหาหลุมที่พอดีกับสะโพก หลุมใครหลุมมัน
>กลางวันเดือดมาก .. สามารถทำให้สสารเปลี่ยนแปลงทางกายภาพได้เลย
>เช้ามืดหนาวทีเดียว ..ไม่มีผ้าห่ม ต้องเอากระเป๋ามาเป็นหมอน แล้วเอาหมอนไป"กอด"แทน
 
 
 
คน
เกาะนี้มีแต่คน
พวกเราฉลาดมาก..ที่ไม่มีใครรู้เลยว่า3วันที่มาเที่ยวตรงกับช่วงเทศกาลพอดี จนใกล้ถึงวันไปแล้วนี่แหละ
(พวกเราก็คิดกันแค่สอบเสร็จรีบเที่ยว  กลับมาประกาศผลสอบพอดี เผื่อตกไม่ได้เที่ยว)
ผลกระทบจาก"คน"
> เป็นการเที่ยวที่เหมือนมาเข้าค่ายลูกเสือ บังเอิญมีฉากทะเลอยู่ข้างๆ
ทุกอย่างต้องต่อคิว!!!
อาบน้ำ, เข้าห้องน้ำ, รับข้าว
แย่งผ้าใบสำหรับปูนั่งเล่นกัน, แย่งทำเลปูผ้าใบ
แย่งคิวขึ้นเรือไปดำน้ำ, แย่งที่นั่งบนเรือไปกลับเกาะ(ผู้หญิงคนนั้นใจดำมาก ให้ขาตั้งกล้องของตัวเองนั่งที่ 1st class ..คิดเป็น~10%ของพื้นที่เก้าอี้ดังกล่าว .. ปล่อยให้คนเกือบ 20 ชีวิตนั่งพื้นเรือ ..ขอประนาม)
โปสการ์ด .. พอดีเจอคนเพื่อนเยอะ เหมาไปหมด 7 ใบ(สุดท้าย) ไม่แบ่งเลย เดินไปถึงร้านพร้อมกันแท้ๆ .. เอาเถอะ อย่างน้อยก็แปลว่าปัจจุบันยังมีคนส่งโปสการ์ดอยู่เยอะเหมือนกัน
 
ปล.ที่เกาะรับ max =500 คน
 
 
กล้อง
ไม่ค่อยได้ถ่ายรูปเลย.. รู้สึกไร้แรงบันดาลใจ ในหัวมีแต่มุมกล้องเดิมๆ ถ่ายทะเลที่ไหนก็คงออกมาเหมือนกัน แม้มันอาจจะสวยอยู่ แต่ไร้ความสด
เราว่าเราจะสามารถถ่ายรูปได้สวยก็ต่อเมื่อเราเห็นว่ามัน"สวย" .. เราจะเห็นทุกสิ่งสวยงาม ก็ต่อเมื่อเรามีจิตใจที่เบิกบาน
ดีที่มีคนเอากล้องไปมากมาย วิ่งเข้ากล้องง่ายกว่าเยอะ:) และมีตากล้องที่ถ่ายสวย&ขยันถ่ายทุกอย่างอยู่แล้ว (กล้องนุ้ก)
 
 
 
กลับ
ทะเลวันกลับดูสวยที่สุด
ทะเลที่น้ำขึ้นเต็ม เขียวใส แดดส่องประกาย .. ทำร้ายจิตใจกันสุดๆ
ไม่อยากกลับเลย…….
 
บนเรือกลับแผ่นดินใหญ่ .. มองอะไรก็เป็นโลมา ..
โลมากระโดด
จำไว้ ซักวันฉันจะตามตัวเจ้าให้เจอ!
บนเรือขากลับนี้ได้ที่นั่งดีนั่งริมเรือเอาขาห้อยได้ ลมเย็น เห็นทะเลชัด
 
เพลงสำหรับฟังที่ทะเล แนะนำให้เป็นเพลงที่"คุ้นเคย" ทะเลจะเพิ่มความพิเศษให้เพลงนั้น
ทะเลมีความสามารถในการ magnify อารมณ์ของเพลงหนึ่งๆได้อย่างมาก
เพลงสนุกๆ ฟังได้สนุกกว่ายามปกติ (Lily Allen ก็เหมาะกะทะเลดีเหมือนกันนะ)
เพลงบางเพลง ถอดหูฟังทิ้งแทบไม่ทัน ..จิตหลุดสุดๆ
 
คืนสุดท้ายบนรถทัวร์ ฝันว่ากำลังดำน้ำ ..ตลอด..
ข้าพเจ้าเป็นเอามาก
แทบจะร้องไห้คิดถึงปลาเลยทีเดียว!
 
 
 
ปล. เราอัพรูปได้แค่นี้เพราะเต็ม limit ของเดือนนี้แล้วอะ T_T ต้องรอเดือนหน้าแน่ะ ..นี่คือรูปจากกล้องเราจ้า
ปล.2 อัพรูปกล้องคนอื่นเพิ่มแล้ว รวมเกือบ 2000 รูป! เลยเลือกรูปที่ชอบมาแค่นี้อ้ะ อยู่ถัดจากรูปกล้องเราเลยนะ
 
สิ่งที่หายประจำทริป : ที่หนีบผมรูปแตงโม
(มันคือหลักฐานว่าเราเคยไปที่นั่น!)
 

การ์ตูนประกอบ : Aqua & Aria
หากจะมีภูมิประเทศในเรื่องไหนน่าอิจฉาที่สุด ก็คงจะเป็นเรื่องนี้ .. เมืองที่ล้อมรอบไปด้วยน้ำแบบ"Venice" (บนดาวอังคารที่มนุษย์ตั้งใจทำเลียนแบบเมืองนี้)
โอ๊ย..อยากเป็น"องดีเน่" (อาชีพหญิงพายเรือกอนโดล่า)
มันคงเป็นคำว่า"โหยหา"จริงๆที่เรารู้สึก ..แม้จะเป็น"ครั้งแรก"ที่มาที่นี่ก็ตาม
 
หนังสือ(fiction)ประกอบ : เท่ารักเธอ – อรุณี ศรีสุข
หยิบมาอ่านเพราะหน้าปกรูปทะเลสีเทา กับคำโปรย "เรื่องรักของคนที่มีหัวใจขาดวิ่น"
กะว่าจะเศร้า .. แต่อ่านจบแล้วเครียดโว้ย!
ทะเลอาจจะเป็นสถานที่เศร้าของใครบางคน
 
หนังสือ(non-fiction)ประกอบ : ปลาทะเลไทย เล่ม๑
ซื้อมาด้วยความ"บ้า"ตั้งแต่เห็นเล่มนี้ครั้งแรกเมื่อหลายปีก่อน
ไปทะเล/พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำทีก็หยิบมาดูที แต่อ่านไม่เคยจบ เพราะปลามันหลายชนิดจนน่าเวียนหัวจริงๆ!
อ๊ากกกก .. ปลาอะไรก็พบบ่อยที่หมู่เกาะสุรินทร์ไปหมดเลย!
(ทำไมตูไม่ค่อยเห็นอะไรเลยวะ!)
อะไรๆก็พบเยอะที่เกาะตอรินลา อ่าวเต่า อ่าวแม่ยาย กองหินริเชลิว(ชื่อพวกนี้เป็นสมาชิกของหมู่เกาะสุรินทร์ กับพื้นที่ใกล้เคียง อะ)
โดยเฉพาะ..เกาะสตอร์ก!!!   ที่คุณไกด์ไม่ได้พาไป!
เกร็ดความรู้ : ปลาฉลามครีบเงิน(กินคน! ไม่เหมือนฉลามวาฬ) ปัจจุบันพบเห็นได้ยาก ประเทศไทยพบเห็นได้บ้างที่ .. หมู่เกาะสุรินทร์ และ เกาะสตอร์ก! 
 
เรื่องก่อนหน้า
เรื่องต่อไป
ใส่ความเห็น

4 ความเห็น

  1. patompong

     /  มีนาคม 8, 2007

    ได้สดับดั่งที่ท่านประสบมา ทำให้ข้าพเจ้ารู้สึกถวิลหาบรรยากาศเยี่ยงนั้นอย่างหาที่สุดไม่ได้
    ครั้งล่าที่ข้าพเจ้าได้ชื่นชมกับมหาสมุทร ทะเลเวิ้ง ก็นับเป็นเวลากว่า 3 ศักราช
    นานเทียวในโลกทรรศน์ของบุคคลทั่วไป แต่เป็นเพียงชั่วประเดี๋ยวสำหรับบุคคลที่คร้านต่อการทัศนาจรเยี่ยงข้าพเจ้า
    ด้วยกุศลกรรมที่ข้าพเจ้าและท่านเคยทำร่วมกันมา คงทำให้ข้าพเจ้าและท่าน ได้มีโอกาสทัศนาจรด้วยกันในการเยี่ยงนี้บ้าง……………

    ตอบกลับ
  2. เล่าได้เห็นภาพเลยปุ้ม
     
    ไม่นึกว่า mp3 ก็กลายเป็นของแอบจำเป็นเหมือนกันนะนี่

    ตอบกลับ
  3. อ่านแล้วเหมือนได้ไปเที่ยวด้วย…
    แต่…ฮุๆ….
    ปุ้มจะอิจฉามั้ยน้า…
    เราได้ไปด้วยแบบนั่งในห้องแอร์อ่ะ…
    เหอๆ…
     
    เห็นด้วยกับคำที่ว่า…
    "..เดินทางเพื่อเพิ่มหลักไมล์ แต่หัวใจยังคับแคบเหมือนเดิม บางทีการนอนอ่านหนังสืออยู่ที่บ้านอาจจะมีความหมายมากกว่า"นะ..แต่…บางครั้งเราก็ไม่ได้เดินทางเพื่อเพิ่มหลักไมล์..
    บางครั้ง…เราก็ไม่ได้เดินทางเพื่อให้หัวใจกว้างขึ้น..
    อย่างคราวนี้..
    ปุ้มก็เดินทาง..
    เพื่อไม่ให้ต้องนอนอ่านหนังสืออยู่บ้าน…
    เพื่อไปฝึกเข้าแถว…
    เพื่อฝึกทนกับการแย่งชิง..
    เพื่อทำความรู้จักกับน้องปลา…และพบว่าปลาน่ารักกว่าคน!!??
    เหอๆ..
    และเพื่อ..กลับมาเล่าให้เราฟังไง…
     
    ขอบคุณนะจ๊ะ
     
    ช่วงนี้สเปสเราน่าเบื่อ..
    เมื่ไรจะอัพtagครบนะ..
    หนูเป็นหลานของยายนะ…รู้มะ?
     
    ฮี่ๆ..ไปล่ะทิ้งร่องรอยไว้มากไปแล้ว
     

    ตอบกลับ
  4. อ่านถึงตอนเจ๊ขาตั้งกล้องแล้วก็นึกเคืองขึ้นมาอีก เพราะตูมีปัญหากับที่นั่งในเรือตลอดทั้งขาไปและขากลับเลย ฮึ่ม…เสียดายที่ไม่ได้เล่นน้ำที่ชายหาดเลย แถมไม่มีชายหนุ่มมา approach อีกตะหาก T_T

    ตอบกลับ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: