Final Score :

โดยส่วนตัวแล้วเราชอบนะ อินได้กับหลายอย่างมากๆ
ดูแล้วเหลือความรู้สึกอยู่กับเรามาก เลยอยากจะเขียนถึงสักหน่อย
ตัวหนังอาจจะไม่ได้เจาะลึกจริงจังมากอย่างที่หลายคนคาดหวัง แต่สำหรับเราผู้ผ่านการเอ็นท์มานานแล้ว มัน nostalgia มากๆ ดูจบแล้วคิดถึงสมัยม.ปลายที่สุดในโลก
ครั้งแรกที่ได้ยินว่าจะมีหนังเรื่องนี้ก็อยากดูปานกลาง เพราะคิดไว้ตั้งแต่ตอนตัวเองเอ็นท์แล้วว่าอยากให้มีคนทำหนังเกี่ยวกับชีวิตเด็กเอ็นท์จัง (จนคิดว่าอยากจะทำเองซะเลย) ..และแล้วก็ผ่านไป 5 ปีถึงได้ดู
แต่พอได้ดูตัวอย่างหนังแล้ว "อยากดูมากๆ" .. ฉันต้องดูในโรงให้ได้ .. อาจด้วยอิทธิพลจากเพลงประกอบ มีแต่เพลงที่เราชอบทั้งนั้นเลย ดนตรีขึ้นทีไรน้ำตาเริ่มเอ่อ ๕๕๕
แม้ตอนเอ็นท์เราจะชิลๆ (ก็มีช่วงเรียนหนักตอนม.5 อะ แต่ไม่เครียดเลย ม.6ยิ่งสุดสบาย) (รู้สึกสอบของคณะนี้เครียดกว่าเอ็นท์อีก-_-") แต่เราก็สามารถมีความรู้สึกร่วมไปกับตัวละครได้ ไม่ว่าผลลัพธ์ของแต่ละคนจะออกมาเป็นเช่นไร
ถ้าเราเป็นเด็กสวนฯคงอินตายไปเลย
 
สิ่งที่เรา"อิน"
 
– ฉากเปอร์ปะทะคารมกับแม่ ..  ดูแล้วนึกถึงที่บ้าน เปอร์นี่คล้ายน้องเรามากๆ กวนตีน/บุคลิกคล้ายๆกันเลย น้องเรามันกวนทุกคนในบ้านทั้งแม่ พ่อ เรา(มันเป็นสาเหตุความโมโหอันดับ1 ของเราในสมัยนั้น) โดยเฉพาะอาม่า แถมน้องเราก็เข้าวิดวะ บรรยากาศการหาที่เรียนก็เลยคือๆนี้ .. แม่เปอร์ก็มีส่วนคล้ายแม่เราเหมือนกัน โดยเฉพาะฉากเตือนเรื่องชิงสุกก่อนห่ามนี่ -_-" พวกผู้ใหญ่เป็นอย่างนี้กันหมด ชอบพูดเหมือนเราจะทำในสิ่งที่เรา"ไม่แม้แต่จะคิด" ฟังแล้วโมโหนิดๆ เลยทำให้ไม่อยากคุยอะไรที่อาจทำให้เค้าวกเข้าเรื่องพวกนี้ได้ .. ฉากที่แม่งอนเปอร์ก็นึกถึงอาม่า
 
– ฉากล้อมวงคุยที่ทะเลตอนกลางคืน .. นึกถึงการ"เปิดใจ"สมัยม.ปลาย จำได้ว่าห้องเราฮิตมาก มันคือการเปิดอกเล่าความลับให้กลุ่มเพื่อนฟัง(ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องความรัก -_-") แม้มันจะเกิดจากความอยากรู้เรื่องชาวบ้าน แต่เราว่ามันเป็นอะไรที่ดีมากๆ ทำให้รู้สึกว่า"พวกเราสนิทกัน".. ชอบบรรยากาศแบบนั้นโคตรๆ ซื่อ บริสุทธิ์ กรุ่นกลิ่นมิตรภาพ (เว่อร์ซะ ๕๕)
สำหรับในฉากนี้ คำถามที่ว่า"อยากเป็นอะไร" ….ในระหว่างความเงียบที่คนถูกถามยังไม่ได้ตอบ ….
 "เอาแบบจริงๆนะ" คือประโยคต่อมาที่แทงใจเราสุดๆ..จังหวะของการพูดประโยคนี้ขึ้นมาช่างทิ่มตำราวกับเราโดนถามซะเอง.. คนถามมันรู้ว่าใจจริงเราคิดยังไง!
 ฉากนี้ทำให้เราคิดว่าหนังเรื่องนี้เป็นเรื่องของมิตรภาพนะ ดูแล้วคิดถึงเพื่อนมากๆ
 
– โบ๊ท ..  คำพูดของเด็กผู้รักปลาคนนี้กินใจเราหลายๆครั้ง ชอบทุกฉากที่โบ๊ทพูดความรู้สึกในใจ ..เราเป็นคนไม่มีความฝัน จึงชื่นชมคนที่มีความฝันมาก
– อื่นๆ .. แฟตเฟส : โอ้! พี่น้อยวงพรูในเสื้อแดง ตอนนั้นเราอยู่เวทีนี้ด้วยนี่นา! แต่อยู่หลังๆง่ะ ตอนนั้นข้างหน้าเวทีเค้าถ่ายหนังกันอยู่เรอะเนี่ย! 
        .. คิดถึงการเข้าแถวเคารพธงชาติ(ไม่ได้อยากกลับไปทำแบบนั้นหรอกน่า ..เราทนทำมาได้อย่างไรตั้ง 10 กว่าปี!) ตอนนั้นมาสายเป็นนิจ แล้วก็ต้องไปยืนแยกแถว พร้อมโดนลงโทษ T^T โดนสก็อตจัมป์ด้วย เสียดายไม่ได้สะสมใบมาสายไว้ ขยำทิ้งไปเยอะอยู่
        .. ฉากกวดวิชา ได้ยินเสียงปะกิตเผ่าแล้วขำอะ
 
(อื่นๆจำไม่ค่อยได้แล้วง่ะ ดูมาตั้งอาทิตย์กว่าแล้วแหละตอนนี้ดูหนังทับไปอีก 3 เรื่องแล้ว .. ก็มัวแต่พิมพ์แท็กอยู่)
 
เด็กแต่ละคนก็มีเสน่ห์คนละอย่างดีนะ
อดคิดไม่ได้ว่าการที่หนังไปติดตามถ่ายทำชีวิตน้องๆเหล่านี้ มีส่วนช่วยให้พ่อแม่ใจดีมากขึ้นรึเปล่าน้า(ก็กล้องเค้าถ่ายอยู่นี่นา)
ตอนดูแฟนฉันอะเราไม่อินเลย มัน nostalgia สำหรับคนอายุมากกว่าเรา และเป็นหนังเด็กสำหรับเด็กอายุน้อยกว่าเรา .. คนอื่นว่าไงไม่รู้ แต่เราเฉยมากๆ
(งือ.. แล้วอย่างนี้มีหนังเกี่ยวกับความรักสมัยเด็ก, ม.ปลาย, มหาลัย ไปแล้วหมดแล้ว  …….ต่อไปจะมีเรื่องของพี่น้องมั้ยเนี่ย น่าจะโดนนะ คนส่วนใหญ่ก็มีพี่น้อง (นึกถึงฉากพี่น้องตีกันก่อนเลย -_-") …….ยิ่งเรื่องเพื่อนนี่ ทุกคนมีเพื่อน..)
อยากให้หนังเรื่องนี้มีเกี่ยวกับชีวิตเด็กผู้หญิงมั่งอ้ะ มีแต่เด็กผู้ชาย .. แต่ก็ช่างเถ้อะ เราชอบความสัมพันธ์ของเด็กผู้ชายมากกว่า
คิดดูอีกที .. หนังเรื่องนี้มีแต่ชีวิตของเด็กจากชนชั้นกลางเนอะ
 
ว่าแล้วขอย้อนไปเอา 496 ข้อ เกี่ยวกับรร.เก่าเราที่มีคนเขียนไว้ มาลงหน่อยนะ เลือกมาเฉพาะอันที่โดนใจ(พร้อมขยายความสำหรับคนที่ไม่ได้เรียนรร.เรา:)
1.จนบัดนี้ยังไม่มีใครรู้ว่ารูปปั้นที่สวนชมภูพันธุ์ทิพย์คือรูปปั้นใคร >> นึกหน้ารูปปั้นแล้วขำอย่างไม่มีสาเหตุ
5. พอถึงเทศกาลแข่งบาส เด็กทิวแต่ละระดับจะนั่งลุ้นว่า ระดับชั้นไหนจะได้ไปเชียร์บาส >> จะได้ไม่ต้องเรียนไง
23. กีฬาว่ายน้ำ เป็นกีฬาที่หาตัวนักกีฬาหญิงยากที่สุด
24. ไปๆมาๆ สตาฟแต่ละสีนั่นแหละ ที่ต้องยอมลงแข่งกันเอง
34. มาเรียนตอนหมดคาบแรก ดีกว่ามาสาย15นาที >> อันนี้เด็กมาสายอย่างเราconfirm โดนมากับตัวแล้ว เพราะคุณครูที่จับเด็กมาสายจะเฝ้าไม่นานถึงขนาดจบคาบแรกหรอก ..แถมไม่ต้องผ่าเข้าไปเรียนกลางอากาศให้คุณครูด่าอีกด้วย
58. อย่าคิดว่า ถึงปากซอยโรงเรียนตอน 7.20 แล้วจะไปทันเข้าแถว >> ซอยรร.เรารถติดชิบหาย
89. บทสวดโรงเรียนที่ถูกท่องว่ายังไงรู้รึเปล่า "ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้า" หรือ "ข้าแด่พระผู้เป็นเจ้า" >> กรูก็ไม่รู้ว่ะ ๕๕๕
102 รายงานคอมพิวเตอร์ จะเป็นตัวตัดสินชีวิตของเด็กมากกว่ารายงานวิชาอื่นๆ >> รายงานอินเตอร์เน็ตด้วยอีกอย่าง
150. วารสาร thew event มีไว้หลอกเด็กใหม่
176. พนักงานที่นี่ 99% เป็นคนอีสาน อีก 1% คือคนลาวดั้งเดิม
246. เวลาใส่ชุดลูกเสือ-เนตรนารี (โรงเรียนอื่นด้วย) จะต้องรีบกลับบ้านกันหมดเพราะกลัวคนทั่วประเทศไทยรู้ว่าชื่ออะไร >> เวลาใส่ชุดพละเขียวอื๋อทั้งตัวด้วย = เสื้อโปโล+กางเกงขายาวสีเขียวเข้มข้น ..ทุกคนจะรีบกลับบ้านเพราะเดินแล้วอาย (แต่เราไม่อายฟ่ะ)
256. คอลัมน์แรกใน NJ ที่เปิดอ่าน คือหน้าเนื้อเพลง >> ..!!!คนอื่นก็เป็นหรือนี่!!!
258. พอโรงเรียนเลิก นักเรียนที่ห้องอยู่ชั้น 2 และ 3 จะมายืนเกาะมองโรงยิม ทั้งๆที่บางครั้งไม่มีใครอยู่ แต่ก็มอง ไม่รู้มองทำไม >> เออว่ะ กรูก็มอง ๕๕๕๕๕
278. เทคนิคของเด็กทิวเวลาทำงานกลุ่มไม่เส็ด ก็ให้เพื่อนคนนึงหยุดเรียน แล้วบอกครุว่า "งานอยุ่ที่คนนั้นพอดีคับครู"
286. นักเรียนหญิงพกปากกามาโรงเรียน คนละมากกว่า20แท่ง >> รร.ไหนก็คงเป็น แต่ตั้งแต่เข้ามหาลัย เราใช้ดินสอแท่งเดียวว่ะ ฮ่ะๆๆ
296. อัตราส่วนระหว่างช้อนและส้อม ไม่เท่ากัน ทำไมช้อนมีน้อยกว่าส้อม เค้าไม่ซื้อเป็นคู่เหรอ? >> ถูก!
328. นาฬิกาในห้องเรียนทุกห้อง ไม่เคยตรงตามเวลาจริงๆหรอก มันจะเร็วไปอย่างน้อย 5 นาทีเสมอ >> ทำไมมันไม่ปรับซัก 10 นาทีวะ
329. แต่ก็หลอกครูส่วนใหญ่ไม่ได้หรอก
330. แต่เรื่องที่หลอกสำเร็จได้บ่อย ก็คือ "ครูไม่ได้บอกว่าสอบบบบบ" (ต้องประสานเสียงจะได้ผล ครูจะเริ่มไขว้เขว)>> กรูก็เป็นหนึ่งในเสียงนั้น?
437. คำว่า "เตรียมตัวเคารพธงชาติ" นี่เสียงคนเป็นๆแน่เหรอ? ทำไมมันวังเวงนักล่ะ
449. ผ้าเช็ดหน้า และ กระเป๋าตังค์ จะอยู่บนมือนักเรียนหญิง มากกว่าในกระเป๋า >> ที่อื่นเป็นป่าววะ?
454. เห็นอะไร "ไผ่ๆ" ข้างนอก จะคิดว่าเป็นของโรงเรียน เช่น ร้านอาหาร ทิวไผ่ (หรืออะไรซักอย่าง) ในสยามดิส
468. คาบหลังวิชาพละ จะขึ้นสาย 20 นาทีอย่างน้อย >> แนะนำให้ย้ายไปสอนที่สวนชมภู😀
470. กิจกรรมที่นิยมทำกัน เมื่อเดินจากตึกเรียนไปสวนชมภู คือ ผลักเพื่อนเข้าพุ่มไม้หน้าเสาธง .. >> ขำโคตร นึกความรู้สึกที่มือสัมผัสแผ่นหลังเพื่อนออกเลย ๕๕๕ , เราเองก็เคยโดนผลักว่ะ พุ่มไม้ก็นิ่มๆเย็นๆดีนะ
496. อีกคนที่น่าสงสาร คือคนที่นั่งติด สวิตซ์ไฟ และพัดลม เพราะ เดี๋ยวปิดเดี๋ยวเปิด บางคนบอกให้เปิด พอเปิดให้ก็โดนอีกคนด่าอีก ซวยจริงๆ >> เพิ่มให้ ว่ามี"สวิตซ์แอร์"ด้วย

แถม:Final Score ของเรา

ช่วงเอ็นท์เป็นช่วงที่มีความสุขที่สุดในโลก .. เปิดเพลงดังลั่นนั่งเหม่อทำข้อสอบเก่าอยู่ในโลกส่วนตัวตอนกลางคืน แล้วค่อยไปหลับที่รร.ตอนกลางวัน(ม.6 เรียนไม่หนักอยู่แล้ว เพราะเค้าอัดสอนให้เกือบจบไปตั้งแต่ม.5) 
กวดวิชาก็เรียนตอนม.5ไปหมดแล้ว ตอนม.6นั้นทำสนธิสัญญาว่าจะไม่เรียนอะไรทั้งสิ้น เลยสบายแฮ แทบไม่ได้อ่านไรเลย เอ้อระเหยไปวันๆ (จนเราว่า ถ้าได้สอบเอ็นท์ตอนม.5คะแนนจะดีกว่านี้นะ ๕๕๕)
ความทุกข์หนึ่งเดียวของเราก็คือ เรายังมีความสับสน .. ถ้าใครอ่านมาตั้งแต่ต้นก็คงจะสังเกตได้ ..
เราเป็นพวกไม่มีความฝัน
ในขณะที่ใครๆก็กลุ้มใจกลัวจะเข้าคณะที่ตัวเองอยากเข้าไม่ได้ .. ผู้ที่สามารถเข้าได้เกือบทุกคณะในประเทศไทย กลับไม่รู้จะเลือกอะไรดี (แต่ไม่กล้าบอกใคร .. เพราะมันน่าหมั่นไส้มากๆ)
หรือ  พูดในอีกแง่หนึ่ง..
เราอยากเรียนมันซะทุกอย่างใน(และนอก)โลกใบนี้!
แล้วจะให้เราตัดใจเรียนแค่คณะใดคณะหนึ่งได้อย่างไรล่ะ
เรารักภาษา พอๆกะที่รักวิทยาศาสตร์
เราหลงใหลในปรัชญา พอๆกะที่หลงใหลในการคำนวณ
..เราไม่เคยตอบได้เลย กับคำถามสมัยเด็กที่ว่า "คุณชอบเรียนวิชาอะไรมากที่สุด" .. เพราะคำตอบคือ ไม่มีเลยซักวิชาที่ชอบมากสุด และไม่มีวิชาไหนเลยที่ไม่ชอบขนาดนั้น .. เป็นพวกเรียนได้ดีทุกวิชา
เราอยากมีวิชาที่รักสุดๆบ้าง ….. แต่ การได้รู้จักความดีงามของแต่ละวิชา..ก็ดีนะ
 
(ที่แน่ๆ.. สิ่งทีเราเกลียดมากๆอย่างหนึ่งคือ การถูกมองด้วยสายตาเหยียดหยามและตำหนิ ..สายตาสำหรับคนที่ไม่รู้ว่าตัวเองอยากจะเป็นอะไร
"คิดได้แล้วนะ" คุณครูนอกจากจะไม่เข้าใจ และยังทำร้ายจิตใจกันอีก ..การเร่งเร้า ไม่ได้ช่วยอะไรหรอกนะ
 ..การแนะแนวสิ ทำไมไม่ทำให้เห็นจริงกว่านี้! การแนะแนวนั่นแหละที่เราต้องการ!)
 
ที่มาเรียนหมอ ก็เพราะบุพการี และทุกคน และทุกคน และทุกคน และทุกคน และทุกคน .. นั่นล่ะ
ก็ในเมื่อเราไม่มีอะไรที่อยากจะเป็นอยู่แล้วนี่ เรียนหมอจะเป็นไรไปล่ะ
อย่างน้อยมันก็เป็นทางหนึ่งที่ทำให้คนอย่างเรา ทำประโยชน์ให้กับผู้อื่นได้ ..บ้าง
(ตอนนั้นเรามีความฝันเล็กๆโง่ๆอย่างนึงคือ อยากจะทำให้ทุกๆคนมีความสุข
แต่เมื่อมีชีวิตมาจนถึงทุกวันนี้แล้ว มีแต่เป็น"ผู้ถูกกระทำ"เสียมากกว่า .. เราก็ลืมความคิดน้ำเน่าๆนั้นไป
..กลายเป็นคนเลวเรียบร้อย .. พอกันทีการเสียสละ ถึงเวลาแล้วที่เราต้องสู้เพื่อตัวเองบ้าง!)
ว่าแล้วเราก็ปลง และไม่คิดเรื่องนี้อีก ..
โลกม.ปลายจึงมีความสุขที่สุดสำหรับเรา ดังที่กล่าวไว้ข้างต้น .. ไม่มีอะไรต้องคิดอีกแล้ว ..
 
ขณะที่ใช้ชีวิต(ถูกขโมยชีวิต)อยู่ที่นี่ .. เราคิดอยู่บ่อยๆว่า "ถ้าย้อนเวลากลับไปได้" เราคงจะไม่เลือกมาอีกแน่ๆ
และก็มีความคิดไม่บ่อย .. "ถึงย้อนเวลากลับไปได้ ถึงเราได้เลือกคณะเองโดยอิสระ1,000,000% ..เราก็อาจจะเลือกมาที่นี่อยู่ดี"
เราก็แค่กำลังโทษคนอื่นเท่านั้นเอง
 
เราคิดว่าเราไม่มีวันจะรู้ จนกว่าจะได้"ออกไป"สัมผัสของจริง
มันอาจจะไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คิดก็ได้
ปล.ตอนนี้กำลังอยากหาการ์ตูน"หมอๆ"มาอ่านมากเลย(หรือใครรู้จักอย่างอื่นที่ไม่ใช่การ์ตูนก็ได้ ช่วยเราที! เล่าแรงบันดาลใจของตัวเองก็ได้) .. กำลังพยายามอย่างสุดชีวิตที่จะ"รู้สึกดีๆ"กับอาชีพนี้ .. เพราะเท่าที่ผ่านมา ข่าวสารและการไซโคของอาจารย์มากมายทำให้เราหดหู่เหลือเกิน

 ภาคผนวก 1 : อาชีพที่อาจจะเคยอยากเป็น/คณะที่อาจจะเคยอยากเข้า (เท่าที่นึกออก .. เราว่าจริงๆมันมีมากกว่านี้นะ!)
-นักบินอวกาศ .. อาชีพยอดฮิตของเด็กๆจริงๆ ใครๆก็อยากจะเห็นอวกาศเนอะ มันคงจะน่าตื่นตะลึง , นักดาราศาสตร์ ก็เคยอยากเป็น แต่พอเห็นว่ามันมีแต่นั่งคำนวณอยู่ในห้องสี่เหลี่ยม เลยเริ่มไม่อยากเป็น
-อักษรฯ .. ชอบเรียนภาษาและชอบอ่านหนังสือ แต่ไม่อยากเข้าเพราะเกลียดการเขียนรายงาน .. เรายังไม่อยากทำให้สิ่งที่เราชอบกลายเป็นสิ่งที่ไม่ชอบหรอกนะ
– สัตวแพทย์ .. ก็สัตว์นั้นน่ารักจะตาย มันจะมีความสุขแค่ไหนที่ได้ใช้ชีวิตอยู่กับสัตว์มากมาย! เราเคยไปเข้าค่ายของคณะสัตวฯด้วยนะ สนุกดี เพิ่งรู้ว่าคะแนนคณะนี้ไม่สูง(ถ้าเราเข้าก็จะมีคะแนนเกินคะแนนสูงสุดของปีที่แล้วแค่ 100 กว่าคะแนนเอง) คุยกับพี่ๆคณะนี้ไม่เห็นมีใครอยากเรียนจริงๆซักคน มีแต่ไล่เราให้มาเป็นหมอคนเหอะว่ะ
 
 ภาคผนวก 2 : รีวิวกวดวิชาที่เราเคยเรียน
-อุ๊ .. เค้าก็สอนดีนะ เราเลยไม่ได้ตั้งใจเรียนที่รร.เลย , แต่ไม่ชอบพนักงานที่นี่อย่างมาก เบ่งจริงๆ ตูมาเรียนพิเศษนะ ไม่ใช่มาเป็นนักโทษ, เคยมีเรื่องสลับหนังสือเรียนกับเพื่อน(เพื่อนที่สมัครเรียนด้วยความสุจริตเหมือนกันนี่แหละ) โดนเรียกออกไปเคลียร์ระหว่างเรียน .. เสียเวลาเรียนจริงๆเลย!, ขี้เกียจทำแบบฝึกหัดเค้าอะ รวมทั้งตอนก่อนเอ็นท์ เสียดายไม่งั้นน่าจะได้คะแนนถึง 80 T_T
-applied physic .. ก็สอนน้อยดี แต่ตอนสอนทำโจทย์เราไม่ค่อยได้ฟังหรอก นั่งคิดเองแล้วรอเฉลยมากกว่าง่ะ
-อังกฤษ อ.จรรยา .. อ.กวดวิชาที่เรารักที่สุด เรียนแล้วมีความสุขมากที่สุดอะ อ.น่ารักมาก แต่คนเรียนน้อยโคตร ห้องเรียนทั้งห้องมีอยู่ 2-3 คนเอง มีขนมกินฟรีด้วย(อิๆชอบเพราะข้อนี้ป่าววะ:D) ชอบมากเลยคนเรียนน้อย .. คิดว่าเป็นเพราะที่นี่ ทำให้คะแนนอังกฤษเราพุ่งกระฉูดได้ .. ชอบนั่งทำแบบฝึกหัดกับเพื่อน แล้วรอเฉลยเหมือนเดิม:)
-รู้สึกจะเรียนแค่นี้มั้งนะ..

โฆษณาในโรงหนัง : ไม่ได้ดูหนังโรงมาพักใหญ่ พักนี้ดูบ่อยเลยเกิดอยากเมาท์ (ปีนึงก็จะได้ดูบ่อยแค่ต้นปีนี่แหละนะ .. ช่วงของออสการ์!)
– โฆษณาที่ ญ เป็นลูคิเมียอะ ทำไมมันเหมือนเรื่อง crying out of love in the center of the world อย่างนี้! จะบ้าตาย (อยากเล่าอะ แต่เดี๋ยวสปอยล์หนัง) แต่นางเอกน่ารักดีอะ ขาวใสดูนิ่มๆเหมือนหมั่นโถวดี (หลังจากดูหลายๆๆๆรอบก็เริ่มรู้สึกว่าไม่น่ารักเท่าไหร่แล้วล่ะ)
– เพิ่งเคยเห็น เรน น่ารักเป็นครั้งแรก ในโฆษณานมเปรี้ยวชนิดหนึ่ง ที่มันออกมาเต้นๆประหลาดๆน่าเอ็นดู สงสัยเพราะดนตรีน่ารัก😀
– โฆษณาที่ต้องใช้คุกกี้เพื่อทำความรู้จักหญิง นี่เข้าข่าย "เอาของกินมาล่อ" จริงๆเลย .. (ไมไม่มีคนเอาของกินมาให้เราบ้างนะ:D) ผู้หญิงที่สวยหุ่นดีที่ผู้ชายอยากจีบจะยอมกินคุกกี้แคลอรี่สูงเหรอวะ?
 
 
ปล. เราว่าเราจะเขียนซีรีย์บล็อก >> Final Year : 365 วัน ตามติดชีวิตExtern บ้างดีมั้ย?
ห้า ห้า ห้า
 
 <หมายเหตุ: extern แปลว่า ปี6 กั๊บ>
เรื่องก่อนหน้า
เรื่องต่อไป
ใส่ความเห็น

8 ความเห็น

  1. เราว่าแกก็ถ่ายทำสารคดีเลยเหอะ เอาอย่างที่ตกลงกันไว้ ใช้กล้องมือถือถ่าย เพราะทุนต่ำจริงๆ55

    ตอบกลับ
  2. ชอบบลอกอันนี้ของแกจัง
     
    ยกให้เป็นบลอกในดวงใจตั้งแต่ที่อ่านมาเลย
     
    น่าแปลกนะ
     
    การติดต่อกันในโลกไซเบอร์ ทำให้เรารู้สึก " สนิท \’ กะแกมากกว่าในชีวิตจริงซะอีก
     
    ปล. เราโชคดีว่ะปุ้ม ที่เข้ามาในวิชาชีพนี้แล้วเรารักมันกว่าที่เราคิด
     
    เราไม่ได้มีอุดมการณ์สูงส่งที่จะช่วยเหลือผู้ยากไร้หรอกนะ เราแค่รู้สึกสนุกกะเนื้อหา เหมือนที่เราเคยหลงไหลในโจทย์เลข

    ตอบกลับ
  3. จริงๆอยากไปดูเหมือนกันนิ อยากรู้ว่าเราพลาดตรงไหนถึงต้องมาอยู่คณะนี้ เหอๆ
    ขำขำนะ แต่เราตามติดชีวิตExternนี่ มันน่าเบื่อไปหน่อยนะ ถ้าไม่ทำเป็นแบบ หมอเจ็บ ไปเลยอ่ะ
     

    ตอบกลับ
  4. ปั่นบล็อกตัวเองหน่อย..
     
    รีวิวสอบคอมพรี
    > ข้อสอบประมวลความรอบรู้อะไร ออกข้อสอบไม่เห็นจะหลากหลายเลย! (หมายความว่าคุณจะเจอแต่เรื่องเดิมๆที่ทำไม่ได้ T_T)
    ทำแล้วเบื่อมากๆ.. นี่ตรูต้องทำแบบนี้ 4 รอบเลยเหรอเนี่ย (ถ้าตกก็ต้องทำอีก 4 รอบเลยเหรอเนี่ย!)
    ไม่ค่อยชอบที่ออกซ้ำ/คล้ายข้อสอบเก่าอะ = คนอื่นทำได้ชัวร์ T_T
    > ไม่เคยใช้สมองเยอะขนาดนี้เลย!!!

    อย่างนี้ถ้าออก opd แล้วตรวจคนไข้เป็นร้อยคงมึนกว่านี้เยอะเลยเนอะ ต้องซักปว.ตรวจร่างกาย,สั่งยาด้วย  ….นี่ขนาดเราแค่นั่งฝนคำตอบเอง เล่นเอาเราปวดขมับเลยนะเนี่ย(หลังจากห่างหายอาการนี้ไปมาก..อาการแบบที่ต้องนอนให้เลือดมันไปเลี้ยงหัวแล้วจะสบาย ..มันเรียกว่าเป็นอะไรฟะ? ใช่ tension headache ปะ)
    ดังนั้น การเตรียมตัวของเราคือ.. นอนตุน (ตอนทำข้อสอบวันนี้จะหลับให้ได้เลย เกือบตัดสินใจขอหลับสักงีบก่อนแล้วค่อยลุกมาทำต่อ ..แต่พอดีไม่มีนาฬิกา)
     
    ว่าแล้วก็ลืมนาฬิกาอีกอยู่ดี .. ตั้งแต่ปลายปี 4 จนบัดนี้ ไม่เคยเข้าสอบอย่างมีนาฬิกา และไม่เคยเหลา 2B ของเราใหม่เลย (มิน่า..)

    ตอบกลับ
  5. มีไม่กี่คนนะที่จะเขียนBlogได้น่าอ่าน
    ส่วนหนึ่ง Blog ก็สะท้อนตัวตนของคนเขียน
    อีกบ้างบางคนที่ Blog เป็นเรื่อง face ๆ  ….ซึ่งก็พบเจอไม่น้อย..ประมาณว่า
     
    ขอเขียนบ้าง  อย่างดูดี  โดยที่ไม่เคยเป็น  เช่นนั้นเลย
     
    แต่อย่างน้อยก็คงเป็นที่ได้ระบายสำหรับท่านเจ้าของ
    แต่บางแห่งอย่างเช่นที่นี่ เป็นที่น่าแวะเวียนมาเพื่อหาความสุขใจ  โดยแท้
    ชอบการเขียนของท่านนะ
    เพียงแต่แวะมาอย่างเงียบๆและบ๊ายบายท่านไปอย่างเรียบๆ
    สอบผ่านแล้วซินะ…

    ตอบกลับ
  6. อยากอ่าน Final Year: 365 วัน ตามติดชีวิต Extern

    ตอบกลับ
  7. ..อุทิศให้กับคนที่ตกคอมพรี..เลยเอามาแอบไว้ในคอมเมนต์นี้แทน——————————————-นี่คือที่เรานั่งพิมพ์คืนก่อนประกาศผลสอบคอมพรีกะว่าผลออกปุ๊บ อัพเลย (!)(อย่างกะหนังสือพิมพ์ ..แฮ่)——————————————-
     
    ..catastrophe แปลว่า ความหายนะ..
     
    วางแผนไว้ว่าจะอ่านข้อสอบเก่าแค่ 2 ปี(ยังคิดอยู่เลยว่าน้อยไปมั้ย)แต่ในที่สุดก็อ่านได้ไม่จบครบปี ช่วยไม่ได้ละนะ ต้องนอนเตรียมสมองไว้ก่อน .. ข้อสอบแบบนี้มันสำคัญที่ statusสมองตอนสอบใช่ไหม
     
    round 1 : เช้าวันเสาร์แจ่มใสแต่เช้า อ่านข้อสอบ 10 ข้อแรกอย่างสมองปลอดโปร่ง:)ช่างไม่รู้เลยว่าเจ้ากำลังจะถูก ความง่วง attack อย่างแรงข้อสอบก็เริ่มเข้าสู่ช่วงยากอย่างแรงเช่นกัน! ขอนอนก่อนได้ไหม .. แล้วเดี๋ยวค่อยตื่นมาทำต่อ นะ นะ นะ(เราคิดขนาดนี้แปลว่าไม่ไหวจริงๆแล้วนะ ปกติมีแต่รีบทำรีบออก ไม่นอนในห้องสอบถ้าทำไม่เสร็จหรอก .. อืม มีครั้งนึงแฮะที่เคยหลับจริง แหะ ตอนสอบเอนท์วิชาEรอบ2)ไม่ได้ เราจะนอนไม่ได้ .. ถึงพี่เจ้าหน้าที่อาจจะช่วยปลุก แต่ตื่นมาก็คงทำไม่ทันลองพลิกไปเริ่มต้นใหม่จากข้อสุดท้ายละกันพลิกกลับมาเริ่มต้นใหม่ที่หน้ากลางสุ่มข้อทำดีกว่าข้อแล้วข้อเล่า..ทำไมมันมีแต่ทางตันวะ!เป็นครั้งเดียวที่เราออกจากห้องสอบตรงเวลา..
     
    ณ ที่สาธารณะเพื่อนๆคุยกันเรื่องตอบข้อนี้ๆๆ .. T_T ไม่ถูกสักข้อเลย ไม่คุยด้วยแล้ว ได้โปรด.. เลิกอยากจะเปิดหาเฉลยข้อสอบ แต่ก็กลัวเสียใจมันออกไปแล้วคงไม่ออกแล้วมั้ง
     
    ..disaster แปลว่า ความหายนะ..
     
    round 2 : บ่ายวันเสาร์หลังผ่านสมรภูมิตอนเช้า ก็ซื้อลูกอมเตรียมมาอย่างดี (ข้าพเจ้าเพิ่งรู้ว่ามันเอาเข้าห้องสอบได้-_-" เห็นกินกันทุกคน กรอบแกรบ กรอบแกรบ.. คือเสียงฉีกกระดาษห่อ)หยับหยับ หมุบหมิบ มุบมิบ ..ผ่านไปยังไม่ถึง 20 ข้อ ลูกอมใกล้หมดแล้ว T_Tสนใจแต่การกินจนสปีดทำข้อสอบตกต่ำ
     
    ไม่ไหวแล้ว! จะอ้วกแตกออกมาเป็นชายไทยต้องรีบสแกนหาข้อที่ไม่ใช่เคส..ไม่มีม่ายยย  มีแต่ข้อที่เป็นนิติเวช/เวชศาสตร์ป้องกันไปเลย
     
    ซิฟิลิส, ปวดข้อ, เด็กเป็นไข้, muscle weakness … ฉันกำลังมี hallucination ใช่ไหมข้อสอบบ้าอะไรฟะ
     
    ..ต้องรีบไปงานรับปริญญาเพื่อนต่อจากนี้ว่าแล้วก็รีบทำสุดชีวิต กลัวว่าจะออกจากห้องสอบไม่ทันหนีการกักตัว 15 นาทีสุดท้ายรีบทำข้อสอบแบบคนไม่มีนาฬิกา ..ผลลัพธ์เลยออกมาเป็น  3โมง ! ทำเร็วเกินไปหรือเนี่ย เหลืออีกตั้งชม.
     
    ..ruin แปลว่า ความหายนะ..
     
    round 3 : เช้าวันอาทิตย์ไม่ยอมเป็นเหมือนเช้าวานแล้ว ..กาแฟ เป็นความทรมานอย่างมาก ถึงขั้นนี้แล้วกลัวตกจับใจ ไม่ใช่กลัวผลลัพธ์แล้ว แต่เป็นการกลัวต้องมานั่งสอบแบบนี้ใหม่อีก 12 ชั่วโมง!
     
    round 4 : บ่ายวันอาทิตย์ (ยิ่งพิมพ์ยิ่งเศร้า – ส.อา.ของฉันT_T)เป็นชุดที่ทำแล้ว"มีลุ้น"ว่าน่าจะผ่านนะ———————————-
    > คืนก่อนประกาศผลตื่นเต้นนอนไม่หลับเลย .. ต้องลุกขึ้นมานั่งเขียนบล็อกในความมืดอยากรู้ผลสอบเร็วๆจังถ้าเราตก.. ติวก็โดด
     
    เขียนบล็อกเสร็จ.. เริ่มอยากตกนิดๆเพราะข้าพเจ้าจะได้อัพบล็อกสนุกแน่
     
    ..tragedy แปลว่า โศกนาฏกรรม..
     
    > ชั่วโมงก่อนประกาศผล
    กำลังเดินทางไปดูหนัง ณ สยามจะได้ร้องไห้เพราะ Nada Sou Sou หรือเพราะอย่างอื่นก็จะได้รู้กันเร็วๆนี้แหละ
     
    > หลังประกาศผลเห็นคนตกแล้วรู้สึกผิดอยากตกแทน :(มันควรจะเป็นคนแบบเรามากกว่าไม่ใช่เหรอ คนที่มัวแต่เล่น โดยไม่ได้คิดเลยว่ามันอาจมีผลกระทบต่อจิตใจใครก็ได้
     
    > หลังรู้ว่าคนที่ตกต้องรอสอบใหม่ปีหน้าไม่อยากตกแทนแล้วอะ สิ่งที่เกลียดที่สุดอย่างหนึ่งคือ การอยู่ในภาวะมีภาระโดยทำอะไรไม่ได้ดีนะเนี่ยที่ผ่าน
     
    -_-"

    ตอบกลับ
  8. Pain Therapy
    elective อะไรเลิก 6 โมงเย็น!กลับถึงห้องตั้งทุ่มนึง
     
    1สองสัปดาห์นี้เป็นการเรียนวิชาเลือก และวิชาที่เราเลือกคือ pain therapy
     
    เลือกเรียนนี่เพราะ มันไม่ค่อยมีคนลง ไม่ต้องไปแข่งขันจับฉลากกับใครในวิชาว่างๆที่คนรุมสมัคร อันนี้ก็คิดว่าว่างปานกลางนะ 2อาทิตย์ก่อนสอบใหญ่ ใครก็อยากว่าง ออก OPD ตอนเช้า .. พอมีเวลาว่างเหลือ อาจารย์ลองเอาเครื่องกระตุ้นไฟฟ้าที่เค้าไว้ใช้กระตุ้นให้ลดปวด มาลองให้พวกเราเล่น เราเลยเล่นด้วย หึหึ ต่อไฟฟ้าผ่านแขนตัวเอง พอเร่งไฟฟ้าไปจนระยะหนึ่งแขนจะกระตุกๆเองได้ด้วยแหละ .. ก็ให้ความรู้สึกไฟช็อตธรรมดาแหละนะ แต่แบบอ่อนๆ 18V
     
    นอกจากได้เล่นไฟฟ้า แล้วยังได้ลอง "ฝังเข็ม" ด้วยล่ะ! .. ให้อาจารย์ลองฝังให้คนละเล่มว่ามันรู้สึกยังไง .. โฮ เข็มยาวทีเดียว ส่วนที่ปักลงผิวหนังยาวเป็นนิ้วอะ แต่จุดที่เราโดนปักนี่คือหลังมือค่อนไปทางนิ้วก้อยนี่ปักไม่ลึกเหมือนคนที่โดนปักตรงนิ้วโป้ง .. นั่งดูตัวเองตอนโดนทิ่มก็เสียวดี .. แต่มันไม่เจ็บเลยแฮะ …. มันให้ความรู้สึกปวดๆหนักๆลึกๆน่ะ มันเป็นความเจ็บปวดผ่านเส้นประสาทคนละอย่างกับมีดบาดน่ะ และแล้วอาจารย์ก็แจกชีทมาสองชุดให้อ่านก่อนเรียนวันรุ่งขึ้นด้วย T_T (อยากอ่านที่จะสอบมากกว่าอ้ะ)
     
    ตอนนี้ที่ภาควิชานี้มีหมอจากประเทศ"ภูฏาน"มาศึกษางานเป็นระยะเวลาหนึ่ง ..ภูฏาน น่าตื่นเต้นมั้ยล่ะ ประเทศของเจ้าชายจิกมี .. ข่าวคนไทยบ้าเจ้าชายทำให้เราเบือนหน้าหนีจากประเทศนี้ตลอดเวลา ทั้งๆที่เมื่อก่อนเราชอบประเทศนี้นะ .. ชอบความสงบ ชอบ"ชื่อประเทศ"อ้ะ เท่ห์ดี🙂 (เหตุผลก็ทุเรศๆพอๆกะคนที่ชอบเจ้าชายแหละเนอะ) .. แต่มาคิดดูอีกที มันก็เป็นธรรมดาแหละนะที่คนจะบ้าเจ้าชาย อย่างคนอังกฤษยังบ้าเจ้าชายวิลเลียมขนาดนั้น (ส่วนเราชอบแนวเจ้าชายวิลเลียมมากกว่า :D) (แต่คิดอีกทีพ่อของเจ้าชายจิกมีตอนหนุ่มๆซึ่งก็คือกษัตริย์ตอนนี้นี่โคตรหล่ออะ)
     
    พี่หมอคนนี้ก็มาจากรพ.ชื่อไรยาวๆนำหน้าด้วยคำว่าจิกมี .. วันนี้เค้ามี present เกี่ยวกับการสาธารณสุขและแนะนำประเทศคร่าวๆ .. แน่นอนว่าเป็นภาษาอังกฤษ T_T (เค้าพูดได้คล่องมากๆๆอะ แต่ฟังยากจังเลย ฟังแล้วอย่างกะเราไม่ไดัฟังภาษาอังกฤษอยู่ ..มันรัวๆๆเหมือนภาษาอินเดียอ้ะ) .. Brutan, country of the Peaceful Dragon .. ธงเป็นรูปเงามังกรสีเหลืองๆพื้นหลังสีเหลืองแดง (เล่ามั่วจากความจำ)นโยบายของประเทศนี้เท่ห์มากอะ ประเทศอื่นเค้าดู GNP (gross national product) เป็นหลัก .. ที่นี่ดู GNH "Gross National Happiness" !!!ประเทศที่ไม่มีถนนระหว่างจังหวัด หน่วยอุบัติเหตุก็ไม่ค่อยต้องทำงานเพราะถ้ามีอุบัติเหตุก็ almost dead ว่าแล้วช่วงกลางที่เข้าเรื่องสาธารณสุข ..เราก็หลับไป
     
    ตื่นมาอีกที .. ก็เป็นเรื่องวัฒนธรรม .. ชอบพวกเครื่องแต่งกายในงานประเพณีของเค้าจังอ้ะ โดยเฉพาะชุดยมฑูตแล้วเค้าก็โชว์รูปบ้านเรือน วัด ฯลฯ ..แปลกตาดี (ชอบดูอะไรพวกนี้แฮะ)อาจารย์สนใจถามแต่เรื่องที่ไม่เกี่ยวกับสาธาณสุขเหมือนกัน ๕๕ ตั้งแต่เรื่องการทำพิธีศพ ห้องน้ำใช้แบบไหน ฯลฯ
     
    ที่ภาควิชา มีขนมของฝากจากเนเธอร์แลนด์ด้วย อร่อยมากเลย! ไม่รู้ชื่อขนมอะไร นึกถึงขนมหน้าแตก .. หน้าตาเป็นขนมปังกรอบกลมๆแบนๆแบบหมดจด คือทำหน้ากับขอบเรียบมากอะ ตรงหน้าวงกลมเป็นลายตาราง แผ่นใหญ่ว่าฝ่ามือนิดหน่อย หนาประมาณ 1 ซม. พอกัดเข้าไปจะอเมซซิ่งกับการที่มันมีไส้! ขนมบางขนาดนี้ยังมีไส้สุดหอมอยู่ด้วย! ไส้นี้คล้ายๆกับคาราเมลนะ แต่ใสและหอมกว่า ไม่หวานเท่า (อาจเป็นคาราเมลชนิดหนึ่ง?) .. สรุปว่าชอบมากๆ (อีนี่บรรยายขนมซะยาว)
     
    ขณะที่เรียนอยู่ที่ภาควิชานี้ อ.บอกให้สบายๆ เหมือนอยู่บ้าน .. อ.ใจดีกันมากๆ พี่ๆก็ใจดี ของกินก็เยอะ ในห้องมีโซฟาด้วย … ทำให้เรารู้สึกเหมือนอยู่บ้านได้จริงๆ :)แต่มีรายงาน 2 ฉบับนี่สิ T_T .. จะสอบแล้วแท้ๆเลย ไม่มีอารมณ์เขียนรายงานเลยมันจะมีวอร์ดต่างๆส่งเรื่องมาปรึกษาภาควิชานี้เกี่ยวกับการระงับปวดของคนไข้ใช่ม้า .. ทางนี้ก็ส่งให้เรา"คนเดียว"ขึ้นไปดูเป็นคนแรกเลยล่ะ .. เท่ห์ชะมัดเลย -_-" มาถึงวันแรกก็ให้เป็นด่านหน้าออกปฏิบัติงานเลย "มาจากหน่วยระงับปวดนะคะ".. เหอะๆ เสร็จแล้วโทรเรียกพี่มาดูให้อีกที
     
    สรุปว่าที่เรียนนี่ก็ดีนะ แต่มันหวั่นใจยังไงไม่รู้ จะสอบแล้วต้องมานั่งอ่านเรื่องใหม่นี้อีก กลับมาถึงหอนี่เล่นเน็ตชม.นึง แล้วนอนตั้งแต่ 2 ทุ่มเลย ไม่ได้อาบน้ำ T_T
     
    2ตอนนี้เพิ่งเลิกเรียน .. สิ่งที่ได้มาในอยู่ในมือ คือ …. เบียร์!เบียร์เชอร์รี่จากเนเธอร์แลนด์ โอ้ววเจ้ากระป๋องใบนี้น่ะหรือเคยสัมผัสอากาศของเนเธอร์แลนด์มาแล้ว~ เท่านี้โมเลกุลของเราก็มีความเกี่ยวข้องกับเนเธอร์แลนด์แล้วล่ะนะ :Dคิดแบบนี้ ที่จริงของหลายๆอย่างก็มาจากต่างประเทศทั้งนั้น ไม่เห็นมีอะไรพิเศษ … แต่อย่างนั้นก็ไม่โรแมนติกน่ะสิ เท่ห์จริงๆเลย ..กินเบียร์ไป อ่านหนังสือไป  ความสนุกของการอยู่ภาควิชานี้อย่างนึง ก็คือ การหาของกิน
     
    เมื่อกี๊ตอนนั่งเรียน ก็กินคุกกี้ไปด้วย คุกกี้ S&P กระป๋องหรูสไตล์คลาสสิก รสนมหอมอร่อยสุดๆ กินไปตั้ง 9 ชิ้นใหญ่ (ว่ะ ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่ะ .. ฟรี)ตอนเช้าก็ลองชงกาแฟแปลกๆกิน กาแฟเกรดเอจากภาคเหนือ กาแฟไรไม่รู้ของต่างประเทศ .. ยังมีชาต่างๆ ที่ยังไม่ได้ชิมอีกตั้งเยอะแน่ะ ทั้ง ชาเลมอน ชาแอปเปิ้ล ฯลฯ เยอะกว่ากาแฟอีก! อื่นๆก็ ส้มตำ แยมโรล ขนมปัง ฯลฯ
     
    ว่าแล้วก็กินเบียร์ต่อ
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     

    ตอบกลับ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: