Tag

ขี้เกียจบรร-ยาย ว่ามันคืออะไร อ่านดูก็รู้เอง
 
เราโดน tag จาก นุ่น กั๊บ
 
ในที่สุดมันก็มาระบาดที่ hotmail จนได้ .. เห็นที่ exteen กับ พันทิป มานานละ
ช้านะเนี่ย กว่าจะมาถึงเรา ๕๕ รอมานานละ (เว้ากันซื่อๆ)
 
น่าสังเกตอยู่อย่างนึงว่าคนที่ได้รับ tag มักจะแสดงอาการ .. อุ๊ย โดนซะแล้ว แท็กมาหลายคนซะด้วย อย่าแท็กมาอีกนะ .. โง้นงี้ๆๆ แต่ก็เห็นข้อความที่เล่าความลับตัวเองนี่ออกจะดูมีความสุขที่โดนนะ (เหอะๆ น่ารำคาญคนพวกนี้จริงๆ) .. ทุกคนบอกว่ามันเป็นจม.ลูกโซ่ แต่เราว่าดูแล้วเป็นการวัดความ popular มากกว่านะ ๕๕๕ ว่ามีคนคบมั้ย (หมายถึงในเว็บอื่นนะ)
 
ให้เล่าเรื่องตัวเองในบล็อกสำหรับคนรู้จักนี่ยากจริงๆ เราไม่ค่อยมีเรื่องที่คนยังไม่รู้อะ ถึงเราไม่ได้พูดมาก แต่เราก็เปิดเผยน้า ทุกเรื่องมีคนรู้หมดแหละ เพียงแต่ตอนนั้นใครเป็นคนได้ฟังเรื่องไหนไป
คิดแล้วชีวิตเรานี่ไม่มีอะไรเด็ดๆจะเล่าเลยแฮะ จืดชืดสิ้นดี -_-"
เห็นคนส่วนใหญ่จะเล่าเรื่องตอนเด็กๆไม่ก็ความรักของตัวเอง กับเรื่องสายตา แต่เรื่องความรักของเราใครๆก็รู้อยู่แล้วใช่ม้า ถ้าใครไม่รู้ก็แปลว่าไม่ได้ถาม ส่วนเรื่องสายตานี่ยังปกติอยู่ แม้จะอ่านหนังสือกับเล่นคอมมากขนาดนี้(เฮ) ก็มีสั้นเป็นบางครั้งบางคราวแหละนะ  จบ .. งั้นเอาเป็นเรื่องพวกนี้แล้วกัน


 
1. เราเคยเป็น"ลีด"ด้วยล่ะ
แต่ตอน อ.3 กับ ป.3 อ้ะo_O
อ.3 นี่จำไม่ได้ รู้สึกโดนครูจับเป็น แต่ป.3 นี่เพื่อนอยากเป็น เลยลากเราเข้าไปด้วยซะงั้น
น่าสังเกตว่าทั้ง 2 ครั้งที่เป็น เราอยู่สีม่วง!
จริงๆตอนม.ปลายก็เคยมีคนชวนเราเป็นลีดนะ แต่เป็น อ. อะ ๕๕๕ ชวนเพราะ "ไม่มีคน" ไง
ความลับซ้อนความลับคือ จริงๆเราอยากเป็นนะ ..แต่ไม่กล้าอะ (แฮ่) นึกแล้วเสียดาย ถ้าย้อนเวลากลับไปได้คงเข้าร่วมด้วยอะ น่าสนุก
อ.คนเดียวกันเคยชวนเป็นดรัมเมเยอร์ด้วย เพราะเห็นว่าเราถือไม้ได้ดูดี (ตอนนั้นเราถือ"ไม้กวาด" อยู่ -_-" กำลังทำเวร)   ..เง้อ ก็เราเล่นเทนนิสอะ ท่าจับไม้เลยดูมั่นคงมีพลัง🙂 มั้ง
เห็นอย่างนี้ ตอนเด็กๆเรา"น่ารัก"นะ
ถึงขนาดที่ว่าคนแถวบ้านชอบมากๆๆๆ ขนาดอยากได้ไปเป็นลูกทีเดียว เค้าบอกว่า"หวานไปหมดทั้งตัวเล้ยยย" (คิดอีกทีเค้าเป็นแวมไพร์ป่าววะ เฮือก)
อากงเราปกติเกลียดเด็กมาก แต่เจอเราแล้วนี่รักมากๆอะ เรียกหาทั้งวันเลย "อาปุ้มอ่า.."
นอกจากน่ารักแล้วยังกล้าแสดงออกสุดๆอีกด้วย
ตอนไปดูลูกพี่ลูกน้องแสดงในงานรร.ของเค้า เราได้ปีนขึ้นเวทีไปเปิดการแสดง"เดี่ยว"เรียบร้อย เต้นบ้าอะไรไม่รู้ มีผู้ชมปรบมือเฮฮาต้อนรับมากมายเพราะคิดว่าเป็นเด็กรร.นี้😀
แถมช่างเจรจาอีกต่างหาก พูดเก่ง เจื้อยแจ้ว ฯลฯ
เรียกได้ว่าถ้ามีคนตาถึงมาเจอนี่เราอาจได้เข้าวงการตอนเด็ก ๕๕๕๕๕ (เพ้อเจ้อ)
ทั้งหมดที่เล่ามานี้เราจำอะไรไม่ได้เลยสักอย่างเดียว แม่เล่าให้ฟังอะ แม่บอกว่า"ทำไมโตขึ้นมาเป็นอย่างนี้น้า" -_-"
 
 
2. เคยโดนผู้ชายต่อยหน้า!
เพราะเค้าป้องกันตัวตอนเรากำลังจะเข้าไปทำอะไร เฮ้ย! ไม่ใช่
ตอนนั้นก็ตอนเด็กอีกประมาณประถมปลาย เค้าเป็นเด็กแถวบ้าน อายุเท่าเรา
เราจำไม่ได้จริงๆว่าเราได้ไปยั่วโมโหอะไรมันรึเปล่า ยืนเล่นประสาเด็กกันอยู่กลางซอยอยู่ดีๆ น้องเราก็อยู่ด้วย โดนต่อยเฉย!
หรือมันเป็นวิธีแสดงความรักแบบมนุษย์ยุคหินที่เอากระบองฟาดหัวกันนะ (กร๊าก)
คุ้นๆว่าเหล่าเด็กๆกำลังล้อเลียนหรือแซวอะไรกัน แล้วเราก็ร่วมหัวเราะด้วย
พลั่ก!
โดนเต็มๆหน้าเลย เลือดกำเดาไหลโจ๊ก + มึนส์ไปเลย ..เดินกลับบ้าน เลือดกำเดาหยดแต้มพื้นถนน แหมะ แหมะ แหมะ(วันหลังกลับไปดูก็ เฮ้ นี่รอยเลือดกรู)
มึนๆอยู่บ้านสักพัก แม่ของเด็กชายคนนั้นก็มาที่บ้านเรา พาลูกชายตัวดีมาด้วย จะมาเคลียร์
พอเค้าเห็นเรา..รู้ว่าเป็นเราที่โดนต่อย
"นี่แกต่อย เด็ก-ผู้-หญิง เรอะ!!!"
แล้วมานก็โดนแม่ยำ (เฮ)
เราจำทั้งชื่อทั้งหน้าของคนคนนี้ไม่ได้อะ เพราะชื่อเล่นแปลกๆเรียกยาก แถมอยู่แถวเดียวกันไม่นานก็ย้ายไปแล้ว ถ้าตอนนี้มาเจอกันอีกก็จำไม่ได้แล้วล่ะ ห้ามบอกว่าเป็น destiny นะเฟ้ย ๕๕๕ (รักสีแดงสดเลือดนอง) ถ้าเจอกันนี่แล้วเค้าเกิดจำได้/รู้นี่ฮาแย่เลย (ชักอยากเจอ!)
ที่จริงเรามีเพื่อนสมัยเด็กเป็นผู้ชายอายุเท่ากันอีกคนนึงด้วยนะ แต่เล่นด้วยกันไม่นาน ปีเดียวเองมั้ง เค้าก็ย้ายบ้านไปอะ และไม่เคยเจอกันอีกเลย
 
 

3. เคยไปสอบเตรียมด้วยล่ะ
แบบว่าได้ยินมานานถึงกิตติศัพท์ความดีความยากของมันจากพวกผู้ใหญ่ทั้งหลาย เราเลยรู้สึกท้าทายมากว่าจะไปลองสอบดูโดยไม่เตรียมตัว (แต่สุดท้ายก็เตรียมตัวนิดหน่อยอะนะ คือ ทำข้อสอบไป 1-2 ปี เพราะพ่อซื้อหนังสือมาให้แล้วเสียดายอะ)
ติดจริงๆด้วยเฮ .. "อันดับสุดท้าย" ถ้าจำไม่ผิดรู้สึก 912
แต่ไม่เอาเพราะว่า มันอยู่ไกลขี้เกียจตื่น-_-", ไม่อยากจากเพื่อนที่รร.เก่า และได้ทุนที่รร.เก่า (ดังนั้นไอ้พวกติดตัวสำรอง จงสำนึกในบุญคุณของเราซะดีๆที่สละสิทธิ์ให้ ๕๕๕ ล้อเล่นๆ)
แต่ก็มีเหตุผลอย่างนึงที่อยากจะเข้านะ คือ อยากเรียนภาษาญี่ปุ่นง่ะ
ถ้าตอนนั้นเรารู้ถึงความดีในด้านกิจกรรมของมันนะ เราอาจจะไปก็ได้ ก็เรารู้สึกว่าม.ปลายเราไม่ได้ทำอะไรเลยน่ะสิ น่าเบื่อชะมัด
..งานวันแม่ที่รร.นั่งร่วมงานอยู่ดีๆเลยโดนครูลาก(มัดมือชกเรียกออกไมค์เลย)ออกไปพูดเรื่องทำไมถึงเลือกเรียนรร.เดิม ไม่ไปเตรียมเหมือนคนอื่น(รุ่นเดียวกันที่ติด เค้าก็ไปหมดดิ) ซวยโคตรๆ โดนเรียกขึ้นกลางที่ประชุมโดยไม่ได้เตรียมตัว(ถ้าใครรู้จักรร.เราจะรู้ว่าห้องประชุมนั้นใหญ่และหรูแค่ไหน) แล้วให้พูดในสิ่งที่ไม่ได้รู้สึกจริงๆเนี่ยนะ!  แม่เราก็โดนเรียกขึ้นไปด้วย ตอนนั้นหัวตื้อไปหมดอะ แทบไม่ได้ฟังที่แม่ตัวเองพูดเลยไม่รู้โดนเผาไรไปบ้าง T_T (แต่เค้าว่ากันว่าพูดได้ดีนะ?) งงโคตรๆ ทางรร.รู้ได้ไงวะ ใครๆๆบอก!  ใครหักหลังเรา…. >> มารู้ทีหลังว่า พ่อเราเล่าให้ทางรร.ฟังนั้นเอง T_T
 
.. ตอนเข้าคณะนี้ก็แอบรั่ว ตอนแรกเราสอบเข้าทางโควตา สอบรอบแรกผ่านไปแล้ว แต่สละสิทธิ์ไม่ไปสอบรอบ 2 เพราะว่ามันสอบตรงกับวันเที่ยวทะเลกับเพื่อนที่ห้อง เลยเลือกไปเที่ยวดีก่า -_-" ดีนะนี่ที่ยื่นคะแนนเอ็นท์แล้วยังติด ไม่งั้นโดนพ่อแม่ด่าตาย😛
 
 
4. เคยถูกหาว่าเป็น "ฆาตกร"
เป็นเรื่องที่ไม่รู้จะเอาอะไรมาเถียง เพราะตอนนั้น "ไม่มีผู้เห็นเหตุการณ์"
และเรา "จำความไม่ได้"
เหตุเกิดที่ซอยบ้านเรา
ลูกเจี๊ยบ 7 ตัว ถูกพบว่าตายเรียบ
เราถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้ฆ่า ..โดยลุงเจ้าของไก่
(เราไม่ยอมรับหรอก ก็นึกไม่เห็นออกเลยนี่นาว่า "เคยทำ" จริงไหม)
เพราะเค้าเคยเห็นเราไปเล่นกับไก่น้อยๆของเค้า
ปัจจุบัน ความจริงก็ยังไม่เป็นที่กระจ่าง
(ถ้าเราฆ่าจริง ก็ต้องมีหลักฐานติดมือกลับบ้านให้คนที่บ้านเห็นบ้างสิเนอะ.. เด็กอนุบาล(หรือก่อนอนุบาลวะ?) ไม่มีปัญญาจะปกปิดหรอก
 
อีกฉากหนึ่ง ก็คล้ายๆนะ ๕๕
..ฉากคือ เราและเพื่อนรักอีกสองคนกำลัง สตัฟฟ์สัตว์
สำหรับงานวิชาการของรร. (เราล่ะชอบงานวิชาการมากเลย แต่ทำไมเค้าไม่ค่อยจัดก็ไม่รุ .. ชอบของวิชาวิทยาศาสตร์ กับ คณิตศาสตร์ .. ไม่ต้องเรียนด้วยเยี่ยมสุดๆ เฮ้ย เริ่มนอกเรื่องอีกแล้ว) เราอยู่กลุ่มสตัฟฟ์สัตว์น่ะ คือ ทำพวกแมลง(แมงทับ แมงป่อง ฯลฯ) กับ กระต่าย .. อะไรพวกนี้
วิธีสตัฟฟ์ ก็คือ "ถลกหนัง" โดยใช้มีดผ่าตัดค่อยๆเลาะผิวหนังออก(แบบทำกรอสน่ะแหละ) ระวังอย่าให้ขาด เอาให้ได้เป็นผืนใหญ่ติดกันทั้งตัว เลาะไปทาแป้งไป(จำไม่ได้สารอะไร)ทาผิวหนังด้านใน(เพื่อเก็บรักษาผิวหนัง)
พอเลาะมาถึงตรงคอ นี่แหละคือจุดที่สยองที่สุด .. พวกเราจะต้องเก็บกะโหลกไว้ จึงต้องทำการ "ตัดคอ" (ตัดเฉพาะส่วนใน ไม่ตัดแผ่นหนัง เราจะได้หนังทั้งตัวติดกับหัว) และต่อด้วยที่สยองยิ่งกว่าคือ "ควักสมอง" และ "ลูกตา"  ……!!!  ต้องควักออกเพราะเก็บไว้มันจะเน่า
(ตรงส่วนขากับหางนั้น .. ลืมแฮะ:P)
ในเวลาประจวบเหมาะ มีแมวในรร.ถูกหมากัดตายพอดี เลยได้ subject มาเพิ่ม  .. แมวอ้วน (ตอนเลาะผิวหนัง ต้องแล่ไขมันแมวออกด้วย .. น่าหยะแหยง .. พอคิดว่าใต้ผิวหนังเรามีเยอะกว่านี้!)
องค์ประกอบฉากจะเป็น .. สีแดง ศพแมว กลิ่นมัน(เหม็นสุดๆ) และพวกเรา ญ 3 คน ในมือถือมีดถลกหนังแมว จึงดูเหมือนฆาตกรโรคจิตไปโดยปริยาย T_T (บวกความผิดปกติส่วนตัวแล้ว rating เหลือ 0 พอดี)
ต่อมาแมวตัวนั้นกลายเป็นแมวผีตั้งอยู่ในตู้ห้องแล็ปรร.เรา(ไม่รู้ตอนนี้เป็นไงมั่งแล้ว?) ลูกแก้วที่เราเอาไปใส่แทนดวงตาเดิม ..ขโมยน้องเรามาเอง อิๆ
  
 
5. เรา กับ 135
04135 คือ เลขประจำตัวที่ รร.เก่า ..อยู่ด้วยกันบนเสื้อนร.มา 14 ปี
4501135 คือ เลขประจำตัวเราตอนนี้ ต้องใช้มัน 6 ปี
..รวมกันก็ 20 ปี ..
 
ตอนไปสอบเตรียม.. เลขที่สมัครลงท้ายด้วย 135
เย็นวันที่สอบติด ที่บ้านให้เราเลือกลอตเตอรี่ให้ใบนึง .. เราเลือก 135
 .. ถูก!!
  


 
เง้อ.. มีแต่เรื่องเล็กเรื่องน้อย ไม่มันส์เลยง่ะ ถ้าให้โม้แค่นี้ 100 ข้อยังได้ ๕๕๕ (ตูว่าตูเริ่มอัพบล็อกสั้นๆไม่เป็นแล้วล่ะ ก๊ากกก) 
 
ตาเรา tag บ้าง (ขอบอกว่าตอนโดน tag มา เรานั่งพิมพ์ถึง 5 คนนี้เสร็จก่อนคิด tag ได้อีกอะ ๕๕ ที่พิมพ์ๆของตัวเองไปเพราะอยากรู้เรื่องคนอื่นใจจะขาด :D)
 
เก้า .. สมใจเมิงแล้ว (อิๆแอบขายเพื่อน)
แอม .. พักหลังไม่ค่อยได้เจอกันเลย อัพความลับให้อ่านหน่อยนะ ^^
ไอ้มิ้นท์ .. อัพบล็อกซะทีได้แล้วโว้ย! สร้างบล็อกมาทำห่ะไรไม่เคยอัพ แถมลบ entry เก่าทิ้งไปอีก -_-"  เมิงโดน tag แล้ว บล็อกแรกของบล็อกก็โดน tag เลยเท่ห์จะตาย เนอะ (เมิงต้องอัพนะกรูบังคับ)
แป๊ะปฐม .. ไม่ค่อยรู้เรื่องส่วนตัวแกเลย
ป๋วย .. อยากรู้เรื่องที่รร.เก่าแกอะ ขอความจริงเท่านั้น!
 
หน้าที่ของ 5 เรนเจอร์นี้ คือ เล่าเรื่องเกี่ยวกับตัวเองที่"คิดว่าคนอื่นยังไม่รู้" 5 ข้อ
และ ก็จง tag คนอื่นๆ (ได้ 5 คน) ต่อไปให้ครบกันถ้วนหน้า เฮๆ
แล้วก็ทำลิงก์ไว้ย้อนรอยสืบชาติตระกูลลูกหลานเหลน tag
 
อัพแล้วบอกเราด้วยนะ เดี๋ยวทำลิงก์ให้:D
 
 
ปล. มี tagน้อย ต่อที่ คห.1
ปล2. พอดีมีเรื่องที่คิดว่าเหมาะกะการเป็น tag มากกว่า เลยพิมพ์เปลี่ยนน่ะ ..อ่านtagเดิมได้ที่คห.9จ้า
เรื่องก่อนหน้า
เรื่องต่อไป
ใส่ความเห็น

9 ความเห็น

  1. งือ ตอนพิมพ์ draft แบบไม่รู้จะเอาเรื่องไหนมาเล่าดี เลยพิมพ์ไว้เยอะแยะอะ เกิน 5 เรื่องมาเพียบเลย😛 (ยังไม่รวมเรื่องที่คิดไว้แต่ยังไม่ได้พิมพ์อีกนะ)พิมพ์ไว้แล้วเสียดาย ขอลงไว้ละกัน
     
    >คิดไม่ออกแล้ว เล่าประวัติส่วนตัวน่าเบื่อคร่าวๆแล้วกัน (ตอนนั้นที่พิมพ์ข้อนี้ มันคิดอีก 2 ข้อไม่ออกจริงๆอะ)เป็นพี่คนโต มีน้องชาย 1 คนอ่อนกว่าเรา 3 ปี ไม่สูบบุหรี่ ดื่มเหล้าบ้างตามเทศกาล ชีวิตเราติดแหงกอยู่แต่แถวๆนี้ ไม่ว่าจะเป็นบ้าน โรงเรียนอนุบาล โรงเรียนประถมมัธยม(อยู่รร.เดียวมัน 14 ปี) มหาลัย(ที่เรียนศาลายาปีนึงก็ไม่ไกลจากแถวนี้นักหรอก แต่ถือว่าไกลสุดแล้วล่ะ) เซ็นปิ่น(ตั้งแต่มันยังไม่สร้างอะ .. ตอนนั้นยังมี พาต้า เวลโก้ เมอร์รี่คิงส์ ตั้งฮั่วเส็ง ตามลำดับ) เกิดที่กรุงเทพฯ แต่พอจำความได้ก็ย้ายไปอยู่นนท์เมื่ออายุ~3 ขวบ บ้านเป็นทาวน์เฮาส์ 2 ชั้น อยู่นี่เกือบตลอดชีวิต เพิ่งย้ายมาอยู่บ้านปัจจุบัน 2-3 ปีมานี้เอง เราอยู่แต่หอเลยแทบไม่มีความทรงจำเกี่ยวกับบ้านนี้เลย .. ดังนั้นเราเลยกลายเป็นเหมือนคน"ไม่มีบ้าน"อยู่กลายๆ T_T
     
    >เคยส่งจม.ไปชิงรางวัลที่ NJ (เนชัน จูเนียร์ ..นสพ.ที่ใช้เรียนวิชาภาษาอังกฤษอะ)เค้าให้เขียนเรียงความภาษาอังกฤษตอบคำถามอะไรซักอย่างจำไม่ได้ ไปชิงรางวัลเป็นเทป Standfast ตอนนั้นเราคลั่ง Standfast มากๆ (แต่ไม่เท่า Sugababes) เพลง car crashes กับ no longer อยากได้แต่ไม่กล้าเสียตังค์ซื้อเทป จึงดีใจมากที่เค้าจะแจกอัลบัมนี้ ..เป็นครั้งแรกและครั้งเดียวที่เราตั้งใจเขียนอะไรส่งแบบนี้(และสำเร็จ) ในที่สุดก็มีชื่อนามสกุลเราประกาศใน NJ (อุตส่าห์เก็บฉบับนั้นไว้ แต่โดนทิ้งไปตอนย้ายบ้านแล้วล่ะ T_T) เป็นอันดับแรกด้วยนะ .. เทปถูกส่งมาที่บ้านเรา แต่ มันเป็น "Now 7" ..โฮๆ โกรธ NJ มากๆ ไม่เข้าใจรสนิยมคนฟังเลยเรอะ! Now 7 มีอะไรเหมือน Standfast ของเราฟะ! ในที่สุดก็ต้องไปซื้อเอง!
     
    >รสนิยมการกินบางอย่างประหลาดกว่าชาวบ้านเช่น กินข้าวมันไก่ไม่ราดน้ำจิ้ม ทุกคนถามว่าไม่เหม็นคาวเหรอ เราว่ามันหอมๆหวานๆดีออก แต่พอมีคนทักปุ๊บ ก็จะรู้สึกเริ่มเหม็นคาวขึ้นมาทุกที -_-"
     
    >เป็นอริกับวิชา พุทธศาสนา และ สุขศึกษา2 วิชานี้จะฉุดเกรดเราตลอดเลย เพราะเราแทบไม่เคยอ่านไปสอบ มันน่าเบื่อมากอะ และคิดว่ามันคงใช้ sense ตอบได้เราเลยค่อนข้างแปลกใจที่เห็นหลายๆคนบอกว่าทำคะแนน 2 วิชานี้ (ทั้ง 2 วิชานี้เลยนะ) ได้ดีที่สุด

    ตอบกลับ
  2. ไอ้ปุ้ม
     
    หาวอร์ดเวิร์คมาให้ข้าพเจ้าทำอีกแล้ว
     
    เด๋วจะอัพให้แล้วกัน

    ตอบกลับ
  3. ไม่รู้จะอัพเดทไรน่ะ
    เอาเป็นเรื่องเด่น ๆ ในวัยเด็กของเราดีกว่า
    สมัยเรียนตอนม.ต้น วิชาสังคมที่รร เก่าอาจารย์ให้นักเรียนอ่านบทเรียนประวัติศาสตร์พร้อมกัน
    ตอนนั้นเรารู้สึกเซ็งมาก ก็เลยชวนเพื่อนที่นั่งสุมหัวอยู่หลังห้องร้องเพลงไรซักเพลงนึง
    ตะโกนเเข่งกับเสียงเพื่อนคนอื่นที่อ่านบทเรียนอยู่
    พออาจารย์รู้ อาจารย์ก็โกรธเรา  สงสัยว่าอาจารย์จะหาบทลงโทษเราน่ะ ก็เลยเรียกให้เรายืน
    แล้วถามเราว่า จากที่อ่านมาเมื่อกี้นี้ เราชอบใครมากที่สุด      
    อ้าวซวยล่ะสิ ตูไม่ได้อ่านนี่หว่า จะไปรู้ได้ไงฟะ
    เราก็เลยกระซิบถามเพื่อนเด็กเรียนของเราว่า เฮ้ย เมื่อกี้แกอ่านเรื่องอะไรวะ
    เพื่อนเราก็บอกว่า อ่านเรื่องพระองค์ดำกับพระองค์ขาว   
    ง่ะ คือเราก็ไม่ได้อ่านหนังสือซะด้วย ก็ไม่รู้ว่าใครเป็นใคร
    ความรู้สังคมก็โง่มาก ๆ
    เราก็เลยมั่วไป เพราะคิดว่าโอกาสถูกมี 50 % 
     
     "หนูชอบพระองค์ขาวค่ะ"
    เป็นไง อึ้งกันทั้งห้อง  แม้กระทั่งอาจารย์
    "อืม ไหนเธอลองบอกครูมาซิ ว่าทำไมถึงชอบพระองค์ขาว"
    จ๊าก  พระองค์ขาวคือใคร ตูยังไม่รู้เลย แล้วตูจะบอกได้มั้ยเนี่ย ว่าทำไมถึงชอบพระองค์ขาว
    แต่เราก็พยายามถูไถไปสุดฤทธิ์
     
    "อาจารย์คะ หนูว่า การที่เราจะชอบใครสักคน มันไม่จำเป็นต้องมีเหตุผลหรอกค่ะ "
     
    เนี่ย เป็นไงล่ะ
    พอเราพูดจบ เราก็รับเสียงปรบมือเกรียวกราวจากเพื่อนร่วมชั้น
    อาจารย์ก็เลยถามเราว่า "เหรอ ไม่ต้องมีเหตุผลใช่มะ แล้วอยากไม่ผ่านวิชานี้รึเปล่า"
     
    แต่ว !!
    เงียบเลยตู
     
    ตอนนี้นึกได้เท่านี้อ่ะ ไว้นึกไรเด็ด ๆออกจะมาเพิ่มอีกนะ

    ตอบกลับ
  4. เฮ้ย! พวกแกต้องไปอัพลงบล็อกตัวเองเด่ะ! มาลงตรงนี้ทำไม ..เออๆ เราไม่ได้อธิบายเอง โทดๆ ๕๕๕
     
    นี่เราเข้ามาแก้คำผิดโน่นนี่นิดหน่อยอะ .. เมื่อคืนพิมพ์ดึกเลยมึนงง รู้สึกมันอ่านไม่ค่อยรู้เรื่องเลยo_O

    ตอบกลับ
  5. ตอนนี้เราก็ยังชอบ car crashes อยู่นะ เพราะว่าคอร์ดง่ายอ่ะ 5555+
    เราก็เคยโดนแบบนี้นะ ตอนนั้นส่งไปชิงไรซักอย่างจำไม่ได้ แต่จำได้ว่าจะต้องได้ของ ไคลี่ มิโนค
    กลับได้รวมฮิต 97.5 มาแทน ตอนแกะออกมาแทบคลั่งทีเดียว ^^
    ตลกดีอ่ะ ที่แกโดนเด็กผู้ ช.ต่อยหน้าอ่ะ ทำไปได้นะน่ะ
    ส่วนเรื่องหลีด เราก็อยู่สีม่วงเหมือนกันนี่หว่า แต่ทำไมไม่เคยมีครูขอให้เราไปเป็นหลีดเลยวะ กร๊ากๆๆๆๆ (ยังไม่รู้ตัวอีก) อ่ะนะ
    จำได้ว่าแต่ก่อน กีลาสีกี่ปีๆก็อยู่สีม่วง เบื่อสุดๆเลยว่ะ

    ตอบกลับ
  6. ทำไงดีอ่ะคะ คุณปุ้ม ดิฉันอัพบลอกไม่ได้ เพราะดิฉันไม่มีความลับอะไรเลยอ่ะค่ะ กว๊าก555
     
    เออ…เอาไว้นึกความลับออกแล้วจะอัพ

    ตอบกลับ
  7. 5555  ฮาดีว่ะ
    พูดถึงเรื่องเต้นบนเวที  ตอนเด็กๆเราก็เคยมาแล้วเหมือนกัน
    เป็นเพราะถูกพี่ๆ(แกล้ง)ยุให้ขึ้นไปเต้นอ่ะ  ความจริงมันเป็นการแสดงกลุ่มที่เค้าซ้อมมาแล้ว
    ไอ้เราไม่รู้เรื่องอะไรก็ขึ้นไปเต้นด้วย  เราว่าเค้าคงงงกันน่าดูเลยล่ะ- -"
     
    อยากเห็นใบหน้าอันแสนหวานของอาปุ้มตอนเด็กอ่า.. เอามาลงให้ดูหน่อยจิ
    จุ๊บๆๆ

    ตอบกลับ
  8.  
    เอ.. อยากรู้ว่าตอนม.ปลายนี่ โดนอาจารย์คนไหนชวนเนี่ย ชวนตอนถือไม้กวาดด้วย เท่ห์จัดๆ
    แต่นึกไม่ถึงเรื่องที่ตอนเด็กๆ พูดเก่งแหะ ก็ดูเป็นเด็กธรรมดา ไม่เจื้อยแจ้วขนาดนั้นนี่นา..
     
    คิ คิ เห็นภาพตอนแกถูกเรียกขึ้นไปพูดหน้าหอประชุมเลย เราจำไม่ค่อยได้หรอกว่าแม่แกพูดว่าไร
    ประมาณว่าโรงเรียนนี้เป็นโรงเรียนที่ดี อยู่มาตั้งกะเด็ก อาจารย์ดี บรรยากาศดี อะไรประมาณนั้น
    แต่ของแกเนี่ย หุ หุ ฟังไปก็ขำไป ช่างชื่นชมโรงเรียนได้เก่งจริงๆ เพื่อนช้านน..
    ตอนนั้นแอบเชื่อแกไปนิดนึงเลยว่าแกรักโรงเรียนมากจริงๆ
     

    ตอบกลับ
  9. (อันนี้เป็น tag เก่าค่ะ)
    จำนวนหนังสือทั้งหมดของเราคือ..!?ความลับสุดยอดที่เราไม่เคยเอ่ยปากบอกใครก็คือ "จำนวนหนังสือทั้งหมดของเรา"เพราะเราต้องการปกปิด "จำนวนหนังสือที่ยังไม่ได้อ่าน" ไม่เคยบอกจำนวนที่แน่นอนว่ากับใครแม้แต่คนเดียว(จริงๆตอนหลังตัวเองก็นับไม่ถูกแล้วT_T) เพราะกลัวสุดๆว่าจะถูก"ห้ามเด็ดขาด"ไม่ให้ซื้ออีกเลยตลอดชีวิต ซึ่งเราคงทนไม่ได้แน่ๆ และถ้าบอกใคร ถ้าคนนั้นสติดี ก็ต้องห้ามเราไม่ให้ซื้ออีกแน่ เพราะมันไม่น่าให้อภัยจริงๆเราเลยขอผันตัวเองจากการเป็น"นักอ่าน" เป็น "นักสะสม" แทนแล้วกัน ๕๕๕ จะได้ไม่รู้สึกผิดที่เล่านี่ก็ไม่ได้จะบอกหรอกว่าเท่าไหร่ แค่จะบอกว่าตัวเลขนี้ยังเป็นความลับ🙂 เห็นดูหนัง, อ่านหนังสือ เยอะๆแบบนี้ เราเพิ่งมาเริ่มทำตัวเป็นโรงงานนรกเมื่อไม่กี่ปีมานี้เองเริ่มอ่านพ็อกเก็ตบุคจริงๆก็ตอน ม.ปลาย ซักม.5 มั้ง ถ้าให้เล่าจริงๆจะยาวมาก (ว่าจะพิมพ์เล่นอยู่:P)เริ่มอ่านเยอะๆนี่ตอนมหาลัยนี่เอง แต่ยิ่งอ่านก็ยิ่งมีสมาธิน้อยลง สปีดน้อยลงเรื่อยๆแฮะส่วนหนังนี่ก็ตอนมหาลัยเหมือนกัน ชอบดูมานานๆๆแล้วล่ะ แต่เพิ่งมีอิสระในการไป/หามาดูมากมายขนาดนี้
    เคยทำประโยชน์ให้คนอื่นได้โดยไม่รู้ตัวด้วย ตลกดี- ตอนประถมเพื่อนเคยให้สอนขี่จักรยาน เราเลยให้มันขี่แล้วเราซ้อนท้าย มันถีบ เราช่วยจับแฮนด์ ให้มันเริ่มมีความมั่นใจ แล้วเราก็ให้มันบังคับแฮนด์คนเดียว ส่วนเราซ้อนคอยการ์ดให้กันล้ม .. ขี่ๆไป เห็นหลังเพื่อนแล้วคิดว่า ถึงเราลุกมันก็"ไม่รู้"หรอก เหอะๆ เลยแกล้ง ลุกอย่างแผ่วเบา ดูดิ๊จะล้มมั้ย แล้วมันก็ขี่ต่อโดยคิดว่ามีเราคอยช่วยอยู่ข้างหลังจริงๆด้วย ๕๕๕ จากการแกล้งครั้งเดียวครั้งนี้ทำให้มันขี่จักรยานเป็นเลย..มันบอกว่าเพราะเราเลยนะเนี่ย ก๊ากกก- ตอนป.5 สนิทกับเพื่อนในห้องเดียวกันคนนึง แบบใช้ชีวิตตอนเย็นด้วยกันเกือบตลอดเทอมนึง .. ผลปรากฏว่า คะแนนเค้าขึ้นตั้ง ~ 10% แน่ะ(สมัยนั้นคิดเป็นเปอร์เซ็นต์อะ ไม่ใช่เกรด) เค้าดีใจใหญ่เลยอะ เพิ่งเคยได้เยอะขนาดนี้ เรื่องนี้เราเพิ่งรู้ตอนอยู่ม.ต้นแล้วเค้าเพิ่งเล่าให้ฟังว่าคบกับเราเทอมนึง เกรดเลยดีเทอมนึง ๕๕๕- ถ้าจะมีอีก ตอนนี้เราก็ยังคงไม่รู้ตัวละนะ😀
    ————————————————————เมื่อไม่กี่วันก่อนหน้านี้ เจอเพื่อนเก่าที่"ถูกพูดถึงใน tag"แบบไม่ได้คาดฝันล่ะ ..ดีใจมากๆเลย ไม่ได้เจอกันนานมากจนตอนแรกเราถึงกับจำไม่ได้เลยล่ะ ถ้าเพื่อนไม่ทักก่อนน่ะนะกำลังคิดถึงอยู่พอดี

    ตอบกลับ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: