2549

ช่างเป็นปีที่เข้มข้นจริงๆ
ทั้งสำหรับ เรา ครอบครัวเรา และประเทศไทย!
(ส่วนใหญ่ก็ทางแย่ๆแหละนะ)
แต่ก็ได้เรียนรู้อะไรสดใหม่เยอะดี (แบบว่าโรคจิต)
เรื่องที่จะตกค้างอยู่ในความทรงจำของเรา คงได้จากปีนี้หลายเรื่องเลย


หนังสือ!!!
 

ปีนี้อ่านได้ 42 เล่ม (ลดลงจากปีที่แล้ว 36.37%)(ใช้กระดาษทดคิดเลยนะเฟร้ย)
แต่ก็เป็นปีที่อ่านได้มากเป็นอันดับสองแล้วล่ะ (ก็ขยันอ่านอยู่แค่ 2 ปี .. คอยดูเกรด ..)
เอาไปเลย การพูดคุยสั้นๆเกี่ยวกับหนังสือแต่ละเล่มที่เลือกมา (แต่รวมกันแล้วยาว555)
*ไม่มีสปอยล์ไม่ต้องกลัว
 
 
หนังสือที่ตกหลุมรักของปีนี้ จริงๆมีหลายเล่มมากๆ
แต่สองเล่มนี้คือรักที่สุด อ่านแล้วชอบตลอดทั้งเล่ม!

ผู้ชายที่หลงรักตัวเลข (The Man Who Loved Only Numbers) – Paul Hoffman
ผู้ชายคนนี้สุดยอดจริงๆ!

Trainspotting เทรนสปอตติง – Irvine Welsh
ร้ายได้ใจ ก่อนอ่านเราเคยดูหนังมาแล้ว เลยเริ่มอินกับเรื่องได้ทันทีตั้งแต่บรรทัดแรกยันบรรทัดสุดท้าย:)

เล่มอื่นๆไม่เรียงตามความชอบ แต่เรียงตามการอ่าน

(เล่มไหนได้หัวใจเพิ่มอีกแปลว่า"ชอบเป็นพิเศษ")

คน เขื่อน น้ำ ป่า กาแล็กซี่ – วันชัย ตันติวิทยาพิพักษ์
รวมบทบรรณาธิการนิตยสารสารคดี ทั้งน่าประทับใจ สะเทือนใจ และได้ความรู้ในเล่มเดียว (เอิ่มม..เราชอบเรื่องแนวนี้อยู่แล้วอะ)

หัวใจเปียโน (The Piano Shop on the Left Bank) – Thad Carhart
คนเขียนเขารักเปียโนจริงๆอะ อ่านแล้วหลุดไปอยู่ในโลกแห่งเปียโน ทำเอาอยากเล่นเปียโนขึ้นมาเลยเชียว(ไว้ไปเรียนก่อน :P)

เรื่องรักของบางเรา – โตมร สุขปรีชา
..สารคดีเกี่ยวกับเรื่องเพศที่เข้มข้น(สาระเว้ย) อ่านแล้วยิ่งชอบคุณโตมร หลังจากตัดสินใจให้เป็นนักเขียนที่ชอบตั้งแต่อ่านบทความเกี่ยวกับพระเจ้า & ซาตานใน open house

The Ballad of Columnist – วิรัตน์ โตอารีย์มิตร
..บทความสำหรับคอลัมนิสต์ แต่ถูกใจ blogger อย่างเรา(ก็ครือๆกันแหละน่า) อ่านไปพยักหน้าไป ..เผื่อใครยังไม่รู้ คนเขียนคนนี้มีนามปากกามากมายในการเขียนบทความ ท่านอาจจะเคยอ่านมาแล้วแต่ไม่รู้ว่าเป็นเขา เช่น(ที่จขบ.จำได้) ญามิลา, ปลาอ้วนว่ายกวนน้ำ

Blu เยือกเย็น (Reisei To Jounetsu No Aida-Blu) – Hitonari Tsuji
ชอบ ชอบ ชอบ มากกว่า Rosso เยอะเลย อ่านแล้วอยากกลับไปอ่าน Rosso พอรู้เรื่องราวอ่านแล้วต้องจับอะไรได้มากกว่าเดิมแน่ๆ อ่านจบสองเล่มแล้วดูหนังยิ่งกรี๊ดใหญ่

นักสืบสมองกล – Jacques Futrelle
..เรื่องนักสืบสมัยเก่าก็อ่านหนุกดีนะ ยิ่งรวมเรื่องสั้นแบบนี้ใช้เวลาไม่มาก(อ่านทีละเรื่องดิ)

เรื่องรักเบอร์ห้า – ‘ปราย พันแสง
..โดยรวมๆแล้วชอบเพราะบทกลอนของกวีหญิงคนนั้น(ชื่อไรนะ จำไม่ได้ อะไร วาราเรียๆ) ที่มีแต่เรื่องของเธอท่านนี้เกือบทั้งเล่ม อ่านจนเซ็ง แต่ถ้าตัดประเด็นนี้ไปเราแทบอยากวิ่งไปหาหนังสือกลอนของกวีหญิงท่านนี้มาอ่านเลยล่ะ (ใครเคยเห็นมั่ง)

Zoo ซู – Otsuichi
รวมเรื่องสั้นจิตๆ(ของโปรด)หลายสไตล์ ชอบตอน seven rooms ที่สุด สุดยอดแล้ว .. รองมาก็ คาซาริ กับ โยโกะ .. แต่โดยรวมชอบ goth มากกว่า และชอบให้ โอตสึ อิจิ เขียนสไตล์นี้มากกว่าอยู่ดี

หลับ (Shirakawa Yofune) – Banana Yoshimoto

อ่านแล้วไม่ได้ติดใจไรมาก แต่ขอเอาเข้าลิสต์ เพราะผูกพันกับเล่มนี้เหลือเกิน อ่านเรื่องแรกไปเกือบ 5 รอบ เพราะอ่านแล้วหลับจำนวนครั้งเท่านั้น เลยต้องเริ่มอ่านใหม่หมดทุกที(ทิ้งระยะนานจำไม่ได้ไง)

บันได 13 ขั้น ปริศนาจากแดนประหาร (13 Kaidan) – Kazuaki Takano
ไม่ได้คิดว่าจะหนุกเลย ตอนนั้นซื้อมาเพราะโลภ(ลด 50%) แต่อ่านแล้วรวดจบโดยไม่รู้ตัว ใช้ได้ๆ

ฉันเคยรัก (Je l’aimais) – Anna Gavalda
กรี๊ดดด ไม่คิดเลยว่าทั้งเล่มมีแต่บทสนทนา แต่เราเสียน้ำตาไป 2 รอบ สมกับคำโปรย"รับประกันความขม" ..อยากรู้ว่าฉากไหน"หลังไมค์"ค่ะ ๕๕

คนหัวหมา (Dogwalker) – Arthur Bradford
รวมเรื่องสั้นประหลาดๆที่อ่านแล้วรู้สึกมันเป็นเรื่องธรรมดาเสียฉิบ ชอบประมาณ 4-5 เรื่องหลัง .. แต่ว่าอ่านไม่ต่อเนื่องกันเลยตัดสินไม่ได้ สันนิษฐานว่าน่าจะเป็นเพราะอารมณ์ของผู้อ่าน (ก็เรื่องที่อ่านครั้งหลังชอบหมดเลย)

สดับลมขับขาน (Hear the Wind Song) – Haruki Murakami
เล่มแรกของไตรภาคแห่งมุสิก เป็นเล่มที่อ่านแล้วบล็อกที่สุด(บล็อกตั้งแต่เล่มแรกเลยเรอะ) แต่ถ้าใช้สมาธิอ่านผ่านช่วงแรกไปได้ ก็อ่านได้เรื่อยๆ

Pinball, 1973 พินบอล, 1973 – Haruki Murakami
เล่มสองของไตรภาคแห่งมุสิก อ่านต่อๆกันแล้วอินดี

Open Air Flight : OA001 – รวมนักเขียน
ปกติไม่ชอบอ่านหนังสือท่องเที่ยว เพราะ"อิจฉา"ตัวเองไม่มีปัญญาไปจะอ่านให้เกิดกิเลสทำไส แต่เล่มนี้เห็นเป็นของ open และหลายคนเขียน น่าจะหลากหลายพอควร ไม่เน้นโชว์จุดหมายปลายทาง แต่เน้นอะไรลึกๆกว่านั้น ซึ่งก็ไม่ผิดหวังเลย

นิทานพริบตา – อาทิเช่น
อ่านจบในพริบตา เสียดายตังค์ เพราะมันบาง+อ่านแล้วติดจนจบเร็วในพริบตาจริงๆ(ถ้าไม่ชอบจะเอามาลงลิสต์"หนังสือที่ชอบ"ทำไมเล่า) ไอเดียครีเอท+น่ารักดีแท้ สุดยอดเลยชอบมากๆ อยากให้หนาสัก 500 หน้า

Genderism – โตมร สุขปรีชา
รวมบทความเกี่ยว(และไม่คิดว่ามันจะเกี่ยวจนได้อ่าน)กับเรื่องตามชื่อหนังสือ(ดิ) หลังจากติดใจ"เรื่องรักของบางเรา" ก็จะพลาดเล่มนี้ได้ไง ..เล่มนี้เบา&สั้นกว่าเดิม อ่านติดๆกันก็มันส์ดี แต่ชอบเล่มโน้นมากกว่า เพราะเล่มนี้แต่ละบทความมันคล้ายๆกันเยอะ

Open 51 – รวมนักเขียน
ในที่สุดก็ออกต่อ! ว่าจะไม่ซื้อแล้วเชียว เพราะนั่งอ่านในเว็บเกือบหมดแล้วตอนเล่มนี้ออก ..แล้วก็ไม่ต้องซื้อจริงๆด้วย! Open ส่งมาให้ถึงบ้านตามสัญญาเนื่องจากค้างสมาชิกเรา(แค่)1เล่ม แบบนี้รักตายเลย! ต้องอุดหนุนเล่มต่อๆไป

โจนาธาน สเตรนจ์ กับ มิสเตอร์นอร์เรล II & III (Jonathan Strange & Mr. Norrell) – Susanna Clarke
ลงชื่อไว้แค่สองเล่ม เพราะเครื่องเพิ่งมาติดตอนอ่านเล่ม 2 เล่มแรกอ่านแล้วรำคาญนอร์เรล ชอบที่เรื่องนี้มัน"หม่นๆ"ดีอะ ภาพประกอบก็แอบน่ากลัวเวลาเผลอ *คำแนะนำ: อ่านเรื่องนี้ตอนกลางคืนใต้แสงโคมไฟจะได้อารมณ์เป็นพิเศษ

แกะรอยแกะดาว (A Wild Sheep Chase) – Haruki Murakami
..เล่มสุดท้ายของไตรภาคแห่งมุสิก เย้ เย้ เย้ ในที่สุดก็อ่านจบสักที หลังจากอ่านมา 4 ปี (ตอนนั้นหลงซื้อเล่มนี้ก่อน อ่านไปๆไม่รู้เรื่องเริ่มเอะใจ เลยมาอ่านคำนำถึงเพิ่งรู้ว่ามันเป็นภาคสามนี่หว่า)
โอ้ววว มุสิก!

จินตนาการไม่รู้จบ (Die unendliche Geschichte) – Michael Ende
ดีใจๆที่ตัวเองอ่านวรรณกรรม"เยาวชน"ได้สนุกแล้ว

แมงกะพรุนถนัดซ้าย – ประภาส ชลศรานนท์ 
บางเล่มหนุก บางเล่มเฉยๆเหมือนเดิม (อ่านมาหลายเล่มแล้วก็งี้แหละ ก็พี่จิกคนเดิม รู้มุกหมดละ^^) หนังสือของพี่จิกต้องนานๆอ่านที อ่านตอนเครียดๆ จะได้ผลมาก เพิ่มความ positive & ไอเดียกระฉูดให้ตัวเอง🙂

(คำเตือน : โปรดอ่านอย่างมีวิจารณญาณ *เต็มไปด้วยอคติความชอบส่วนตัว)

(เตือนช้าไปรึเปล่านะ๕๕๕)

 


หนัง!!!
 
ปีนี้ดูหนังน้อยลงอย่างน่าถนัดใจ (มันแปลว่าไรวะ) ส่วนใหญ่จะดูแผ่น เนื่องจากขี้เกียจ+เปลืองค่ารถ+เปลืองค่าข้าว+เสียเวลาเดินทาง ประมาณว่า ดูหนังโรง 1 เรื่อง จะดูหนังแผ่นได้ 3 เรื่องทีเดียว
หนังโรง
ทั้งปีดูที่โรง 28 เรื่อง (จะเป็น 33 เรื่อง ถ้านับ Japanese 6 เป็น 6 เรื่อง :D)  –> ลดลงจากปีที่แล้ว 61.29% (โฮๆๆ)
สัปดาห์ที่ดูหนังมากที่สุด 4 เรื่อง
เดือนที่ดูหนังมากที่สุด 6 เรื่อง
 
เนื่องจากดูในโรงแค่ไม่กี่เรื่อง ชอบไม่ชอบก็ขอกล่าวถึงหมดเลยแล้วกัน ๕๕๕

*Spoiler in [ สีขาว ]

(คำเตือน : โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน *เต็มไปด้วยอคติความชอบส่วนตัว ๕๕๕)

เอาเรื่องที่ตกหลุมรักก่อน

Japanese 6 (Snake Girl, House of Bugs, The Wish, The Present, Diet, Deathmake)
..เรื่องสั้นสยองจนขำ 6 เรื่อง เพื่อคารวะปรมาจารย์การ์ตูนสยองขวัญ อ.คาสุโอะ อุเมสุ ที่สาวกการ์ตูนด่ายับ เพราะทำออกมากลายเป็นขำซะได้(ฮา) (เราก็ไม่รู้จริงๆเหมือนกันว่าคนทำหนังตั้งใจให้ออกมามู้ดไหน) ดูกันจนตาแฉะไปข้างนึง เพราะเรื่องละเกือบชม.แน่ะ เป็นประสบการณ์การดูหนังที่เจ๋งดี ชอบที่เค้าจัดฉายรวดในวันเดียวแบบนี้ ไปทีเดียวคุ้ม เรื่องที่ชอบสุดยกให้ Snake Girl เธอและมันช่างหลอกตาได้จนขำจริงๆ มีที่ไหนปีศาจงูโผล่แล้วกูขำ(โทษเรื่องนี้ที่ทำให้ตอนเราดู the host เลยหลุดขำตอนปีศาจปลากะโห้โผล่) ท่ากลัวของนางเอกช่างน่ารักน่าชัง แต่ที่"ยิ่งดูยิ่งฮา"มากขึ้นอย่างน่าประหลาดคือ เพลงไตเติ้ล! ทุกตอนใช้ไตเติ้ลเดียวกัน ดูไปเรย 6 รอบ เป็นหน้าอ.คาสุโอะ อุเมสุ โผล่มาจากจอหลากมุม ห้าห้าห้า สาบานว่าครั้งแรกดูแล้วกลัว!

A Stranger of Mine
..หนังที่เรารักที่สุดในรอบปี’49 เปี่ยมไปด้วยฉากโรแมนติก ฉากฮา ที่"คาดไม่ถึง" ..เจ๋งจริงๆ ดูสนุกตลอดเรื่องเลย นี่สิความสุขของการดูหนัง highly recommended สำหรับทุกคน!

โอ้! ..หนังรักปีนี้ของเราฉายที่ house ทั้งนั้นเลย

เรื่องอื่นๆที่เหลือ *เรื่องที่ถือว่าชอบ : สีน้ำเงิน นอกนั้นเฉยๆ/ไม่ชอบ

King Kong ..ชอบนางเอก..แค่นั้นแหละ

The Chronicles of Narnia ..ช่างเอาวรรณกรรมเยาวชนไปสร้างได้อลังการดีแท้ ชอบแม่มด

The Promise ..ภาพห่วยจริงๆ ส่วนเนื้อเรื่องถ้าไม่คิดมากก็โอเค

Memoirs of Geisha ..ภาพสวย แต่ดูแล้วไม่ได้อะไร

Brokeback Mountain ..ชอบตอนดูตัวอย่างมากกว่าอะ ดูจริงๆแล้วไม่อิน สงสัยดูตัวอย่างหลายรอบเกินไป เพลงเพราะๆ

Walk the Line ..ดูแล้ว feel.. นักแสดงเล่นดีจริงๆ ร้องเพลงเพราะมั่กๆด้วย

Munich ..ตอนซื้อตั๋วคนขายบอกว่า"เรื่องนี้น่าเบื่อนะคะ" (-_-") เราว่าก็ดีนะ แต่ครึ่งเรื่องหลังหลับอะ เลยไม่รู้เป็นไง ๕๕๕ ไว้เดี๋ยวดูใหม่

Invisible Waves .. ดูไม่ค่อยรู้เรื่องแฮะ เกือบหลับไปหลายที แต่ก็ยังอยากดูเป็นเอกต่อไป ..ไว้เดี๋ยวดูใหม่อีกเรื่อง

The Constant Gardener .. ชอบเรื่องนี้อ้ะ ชอบราเชล เนื้อเรื่องก็น่าติดตามตลอดเลย
เด็กหอ .. โทษกั๊บ หลับอีกแล้ว แต่ดูรู้เรื่องนะ เราว่าก็งั้นๆแหละ (แต่แอบชอบเพลงนั้น แบบ remixed 555)

V for Vendetta .. อูย ชอบV ..ชอบ [ฉากจบ ระเบิดรัฐสภา พลุงามมาก น้ำตาแทบไหล]

Perhaps Love .. ก็โอนะ เราชอบในแง่พล็อตเรื่อง แต่ในแง่หนังเพลงแล้วมันไม่ผ่านสำหรับเรา(ผู้ซึ่งชอบหนังเพลงเกือบทุกเรื่องที่ดู) ..แต่ดันหลับตอนไคลแม็กซ์พอดี .. ก็ยังแนะนำให้ดูอยู่ เราเองก็อยากดูอีกรอบเหมือนกัน(กี่เรื่องแล้วเนี่ย)

MI 3 .. เราคงดูหนัง action ไม่ได้จริงๆ ไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นเล้ย ไม่ได้ตั้งใจเดา แต่มันผุดขึ้นมาเอง *ไว้ดูแนวนี้ต้องดูกลางคืนดีก่า(ดูแผ่นในห้องปิดไฟมืด) ตื่นเต้นแน่ๆ ๕๕๕

Always : Sunset on Third Street .. หนัง feel good ที่ทุกคนน่าจะชอบ ส่วนเรา..ก็ชอบสิ ฉากที่ชอบ(เพราะเดาไม่ได้)มีตั้ง 3 ฉาก! ..อยากดูหนังแนวนี้อีกจัง

Davinci Code ..ใครอ่านหนังสือแล้วอย่าดูเลย ใครไม่อ่าน ก็ไปอ่านหนังสือดีกว่านะ

ก้านกล้วย ..ทำออกมาได้ดีกว่าที่คิด ภาพบนจอสวยกว่าที่เห็นในโฆษณาเยอะ มีอารมณ์ขันแบบอนิเมชันดี ผ่านๆๆ

Yamato ..เราก็ไม่ค่อยได้ดูหนังสงครามหรอกนะ แต่เรื่องนี้ต่างจากหนังสงครามอื่นที่เราเคยดูมา มันโฟกัสถึงความรู้สึกของคนดี ได้ใจเราไปเลย (..อันนี้ขอไม่พูดถึงเรื่องชาตินิยมญี่ปุ่นเกินไปรึเปล่า เพราะไม่รู้เรื่อง:P)
The Producers ..หนังเพลง+ตลก ที่สนุกมากๆครึ่งเรื่องแรก ครึ่งเรื่องหลังแอบหลับไปนิดหนึ่ง เราว่ามันยืดๆอะ

La Boite Noire (The Black Box) ..ดูที่เทศกาลหนังฝรั่งเศสอะ เป็นหนังเรื่องแรกมั้งที่ดู sub eng ในโรง (แล้วรู้เรื่อง..เย้!) ตัวหนังเราว่าก็ธรรมดานะ

To Paint or Make Love .. ดูที่เทศกาลหนังฝรั่งเศสเหมือนกัน ไม่พูดอะเดี๋ยวสปอยล์ เพราะสรุปแล้วมันก็แค่..

United 93 ….หนังสารคดีที่ดูแล้วปวดหัวอย่างมาก ไม่ใช่ดูไม่รู้เรื่อง แต่ภาพมันสั่นหมุนตลอดเวลา(ไม่เข้าใจว่า มีแต่วิธีนี้รึไงนะ ที่จะทำให้ดูเป็นเรื่องจริง หัดใช้สมองคิดวิธีอื่นกันบ้างเซ่! )(หมายเหตุ: นี้คือคำด่าตอนจะอ๊อก แต่คงมีแต่เราคลื่นไส้ง่ายขนาดนี้กระมัง) ก็เลยหลับไปเกินครึ่งเรื่อง แต่ก็อดไม่ได้ที่จะตื่นเป็นพักๆมาเหลือบตาดูว่าเรื่องไปถึงไหนแล้ว ..ฉากสุดท้ายเจ๋งดี (ตื่นมาทันดูทั้งฉากพอดี ลัคกี้) น่ากลัวเหมือนจริง ..ไม่อยากจะทำใจให้อินกับหนังแบบนี้มากแม้รู้ว่าจะช่วยให้ดูสนุกขึ้นเยอะ เพราะอย่างไรมันก็แค่เรื่องเล่าจากคนฝ่ายหนึ่ง

Me and You and Everyone We Know ..หนังสไตล์ที่ไม่ดูไม่ได้สำหรับเรา หนังเพี้ยนๆเหงาๆชวนล่องลอย ดูแล้วไม่ได้ตกหลุมรัก ไม่อาจเรียกว่าชอบได้เต็มปาก แต่ถ้าไม่ได้ดูต้องทนไม่ไหวแน่ๆ ชอบที่หนังหยิบเรื่องเล็กๆน้อยๆมาเล่า อย่างเช่น [การตายของปลาทอง] ฯลฯ..รองเท้าสีชมพูสวยดี ชอบมิแรนด้า จูไล ชอบน้ำเสียงมิแรนด้า จูไล ..ฉากสุดท้ายฮามากๆตอนที่[ปรากฏตัวหญิงร้อนแรงผู้แช็ตกับเด็กน้อยผิวดำตากลมโตหน้าตาแอบเจ้าเล่ห์แบบไร้เดียงสา] เป็นหนังที่ดูแล้วไม่อยากให้จบเลย อยากรู้ว่าจะมีเรื่องอะไรน่ารักๆมาเล่าอีก

The Host ..หนังเกรดบีที่ยอมเสี่ยงชีวิตดู เพราะคำวิจารณ์ดี ปกติไม่ดูหนังแบบนี้เด็ดขาด แล้วไงล่ะ ก็ให้อารมณ์แปลกๆดี(อาจจะเพราะไม่ค่อยได้ดูหนังแนวนี้) แต่เราว่าจริงๆมันเป็นหนังตลกนะ(ฮา)

Monster House ..ดันไปอ่านข้อมูลมาว่าเป็นอนิเมชันที่ทำได้"น่ากลัว" ตอนดูจริงๆเลยไม่เห็นน่ากลัวซักนิดเลย ชอบบทครึ่งเรื่องแรกอีกแล้ว (ก็ครึ่งหลังมันแนวบู๊ ออกทางเรา) ชอบเพื่อนมันอะโครตฮา

Step Up ..เห็นคนอื่นว่าเต้นมันส์ดีเลยไปดู ..พอเข้าไปดู ไรเนี่ย นี่เหรอนางเอก นี่เหรอพระเอก (เพื่อนนางเอกคนผิวดำสวยอะ) ..แต่ดูไปเรื่อยๆจนจบเรื่อง พระเอกโครตเท่ห์เลยอ้ะ!!! คนข้างๆเราลงไปนอนกองพร้อมอุทาน"น่ากิน" ..พล็อตเรื่องนี้ไม่มีอะไรเลยมากๆ[น่ารำคาญผู้ชายเรื่องนี้ขี้งอนกันทั้งนั้นด้วยซ้ำ] เข้าไปดูมันเต้นกันอย่างเดียว

Happy Feet ..เพนกวิน น่าร้ากกกกกกกก! เรารู้สึกสนุกไปกับเพลงของเพนกวินมากกว่าเพลงของคนจากเรื่องที่ดูก่อนหน้านี้อีกอะ


*ฮือๆ ปีนี้พลาดไม่ได้ดู animation ในโรงเต็มเลย > Over the Hedge, Cars, อะไรอีกหว่า
 


 เพลง!!!
 
ในที่สุดก็อัพซะที! จะผ่านปีใหม่ไปครึ่งปีอยู่แล้ว -_-"
 
พฤติกรรมการฟังเพลงของปีนี้..
"ปีแห่งการโหลดเพลง"
 
1. ดูจากโหงวเฮ้งแล้วโหลดๆไว้ก่อน
ฟังวิทยุเอาเหมือนเดิม
เกิดมีเพลงถูกใจก็มาหาในเครื่อง
..อ๊ะ เรามีเพลงนี้ด้วยหรือนี่ > ดีใจ ๕๕๕
 
2. รวมเพลงที่ชอบได้เยอะจำนวนหนึ่ง
เลิกฟัง Fat 104.5
 
3. ปลายปี เว็บโดนถล่มพังพินาศ
เริ่มฟัง The Radio 99.5
 
Single เพลงที่ชอบส่วนใหญ่เป็นเพลงเด่นๆของศิลปินนั้นๆ เพราะไม่ค่อยฟังวิทยุ เลยไม่โดนน็อคให้เบื่อไปซะก่อน ฮ่า ฮ่า ฮ่า
ลิงก์คือลิงก์ไปลองฟังเพลง ..ตอนแรกว่าจะ embed ในบล็อกแต่กลัวแฮงก์ -*-
จะว่าไหม – Saliva Bastards > ชอบทำนองดนตรีเพลงมากๆ esp.ดนตรียาวๆท้ายเพลง, เสียงคนร้องเมาดี
โรคจิต – Slur > บางคนรำคาญนะ แต่เราว่าคึกคักดี ..
"โรคจิตคอยแอบมองให้เธอมีรอยยิ้ม" 555น่ารัก
ค้น – Supersub > ชอบช่วง step up ก่อนเข้าท่อนฮุค
ลืม – ขอนแก่น > ร้องเอื้อนๆแปร่งๆหวานๆดี ฟังแล้วนึกถึงเพลงเก่าๆ ..
"อยากจะลืม เรื่องราววุ่นวายในชีวิต เรื่องราวที่ยังวนเวียนทำให้คิด .." เนื้อร้องกระแทกใจ(เล็กน้อย) ในช่วงของปีที่จะอะไรกันนักหนาวะ
บางคน – Lemon Soup > ชอบใจความเป็นการส่วนตัว 55
ยื้อ – Flure > ชอบช่วงที่เสียงสูงขึ้น & ดนตรีเร่งจังหวะ
รักในสันดาน – Mad Pack It > คำว่า"สันดาน" ดิบดีชอบ
มีเธอ – Ornaree & Flure >
ทุกที – Yarinda and Friends > ชอบท่อนฮุค บีบคั้นดี
สุขใจ – จีน มหาสมุทร > คนอยากอยู่ทะเล ฟังเพลงนี้แล้วจะหนีออกจากรพ.ให้ได้
น้ำหวาน – ขวัญ ชนกมาศ (About Pop 2) > เพลงน่ารักๆ ไม่เลี่ยน ที่น้องวอร์ดไม่เชื่อว่าเราฟัง "พี่ปุ้มฟังเพลงนี้เหรอ!" ..ผ่าง
หยุดฝัน – Damnwrong ดำรง
ไปด้วยกันไหม (ride with me) – Monotone feat. Nara > สนุกสนานดี
Sirens – B-roots > "เสียงโหยหาวังเวง ..บทเพลงของไซเรน"  ไซเรน ที่คอยส่งเสียงเพราะๆไว้ล่าชาวเรือน่ะ ..เสียงคนร้องสุดยอดจริงๆ
กลัว – JazzInLove feat.ใหญ่ & ฝน (monotone)
ที่ฉันรู้ – บอย โกสิยพงศ์ feat. Champ
คน – Cake > ร้องได้อารมณ์ โจ๊ะๆ ดีมาก
กรุณา Please – Natapol Srichomkwan feat.พิมพ์ลักษณ์ กมลเพชร
สบายใจ – โบ สุรัตนาวี > ฟังแล้วสบายใจจริงๆ
Loser – Playground
ผงาดง้ำค้ำโลก – Paradox
 
Brighter Than Sunshine – Aqualung > ถ้ามีผู้ชายมอบเพลงนี้ให้เรานะ รักตายเลย
Like a Star – Corinne Barley Rae
Books Written for Girl – Camera Obscura
Tears for Affairs – Camera Obscura > หวานดีแต่ไม่เลี่ยน
The trials of Van Occupanther – Midlake
What the World Needs Now is Love – Jackie DeShannan
How Wonderful You Are – Gordon Haswell
Olympian – Gene
The Other Side of the World – KT Tunstall
I Live to Fall Asleep – Manic Street Preachers
Don’t Let the Man Get You Down – Fatboy Slim
Road Rage – Catatonia
You’re Beautiful – James Blunt
Ai no Jikken – Lily Chou-Chou
Mistake – The Band Has No Name (Ost. Honey and Clover)
 
Album
Oasis – (What’s the Story) Morning Glory
Ost. All About Lily Chou-Chou
JJ72 – JJ72
King of the Convinience – Quiet is a New Loud
Euphoria – Eternal Gift from the Moment
Ost. A Lot Like Love
Ost. Trainspotting
Ost. The Chorus
Boyd – Rhythm & Boyd E1even1h
 
ขอบคุณ TML .. สำหรับ Camera Obscura, Acid House Kings, The Postal Service, King of Convinience, Aberfeldy, The Radio Dept, Mew, Club8, Imogen Heap, Lily Allen, Cat Power
 
ขอบคุณ KG .. สำหรับ Damien Jurado, Julie Doiron
 

ปีนี้บ้า "ไตรภาค" ..หรืออะไรที่มัน "3 เล่มจบ"

ไตรภาคแห่งมุสิก (สดับลมขับขาน, พินบอล 1973, แกะรอยแกะดาว) – Haruki Murakami จบเสียที! เย้ๆๆๆๆๆ ..อ่านมา 4 ปี
โจนาธาน สเตรนจ์ กับ มิสเตอร์นอร์เรล – Susanna Clarke ..สามเล่มจบ
The Vengeance Trilogy (Sympathy for Mr.Vengeance, Old Boy, Sympathy for Lady Vengeance)

<กองนี้อ่าน/ดูไม่จบ>
Trilogy of America (Dogville, Manderlay, Washington) .. ดูไม่ครบ (ขาด Washington) เพราะดูไป 2 ภาคแล้วเพิ่งรู้ว่าภาค 3 ยังไม่เข้าโรงเลย เฮือกกก
Days of Being Wild, In the Mood for Love
, 2046 .. ดูไม่ครบ (ขาด 2046) เพราะ …….ลืม!
เทลส์ออฟดิโอโตริ
(Tales of the Otori) สามเล่ม .. ยังอ่านเล่ม 1 ไม่จบเลย T_T
ภูมิปัญญามูซาชิ, เซนอย่างมูซาชิ, 36 เพลงดาบสยบมาร .. ยังอ่านเล่ม
1 ไม่จบเลย T_T

*มันมีแค่นี้เองเหรอวะ .. เราว่ามันเยอะกว่านา (แต่แค่นี้ก็ 7×3 = 21 แล้ว)
(ที่จริงสองรายการหลังสุดมันสี่เล่มจบนะ)


หมวดใหม่..ไฉไลกว่าเดิม
 
กินเค้กมากที่สุด .. 4 ชิ้น ภายใน 4 วัน (ชิ้นนึงแบบจริงจังนะก๊ะ รวมราคาร่วม 200ก่าบาท)
เลี้ยงห้อง/รุ่นรร.เก่า .. กี่ครั้งไม่รู้อ่า (ปีนี้เลี้ยงเยอะจังเลย .. ก็เป็นนิมิตหมายที่ดีนะ) รู้สึกเราจะไปแค่ 2 ครั้ง
ไปวช. 2 ครั้ง .. มันไปใกล้กันไปหน่อยรึเปล่าหว่า
โดดเรียน .. ครั้งเดียวมั้ง (สุดยอด!!! ..ไม่รวม CPC)
โดด round .. อินฟินิตี้ว่ะ
คาราโอเกะ 2 ครั้งมั้ง
เลี้ยงน้อง 2 ครั้ง
ไปสัปดาห์หนังสือ + มหกรรมหนังสือ 5 ครั้ง
เที่ยวตจว. 1 ครั้ง T_T
อยู่เวร 1,723.59 ครั้ง
สะดุด / หกล้ม 193 ครั้ง
ลืมเงินทอน / ไม่ลืมเงินทอนแต่ลืมของที่ซื้อ / ไม่ลืมทั้งเงินทอนและของที่ซื้อ เพราะลืมเอาตังค์ติดตัวไป .. รวมมันทั้งหมด 435 ครั้ง (ไมขี้ลืมงี้วะกรู)
ผ่าฟันกุ๊ด 1 ครั้ง
ไปงานรับปริญญา 3 งานมั้ง
นอนมากสุด 18 ชม. นอนน้อยสุด 0 ชม. จำนวนชม.ที่ไม่ได้นอนติดต่อกันมากสุด (ตอนนั้นไม่มีสติจะนับได้) ชม.
failed กับการไปเจเจ(เนื่องจากไปถึงแล้วเบี่ยเลยรีบกลับเกือบทันที) 2 ครั้ง
ทำบัตรประชาชน 2 ครั้ง (ครั้ง 2 ใช้เวลาประมาณ 5 นาที ..พระเจ้า!)
กินชานมไข่มุกไป 518 แก้ว, โกโก้ช็อกชิพ 421แก้ว, กาแฟ 178 แก้ว
บริโภคไปทั้งปี 99,284,849,654,904,195,754,348,435,397,538,692,238,183,981 Cal (คำนวณน้อยไปไหมนะ)
เป็นหวัด 0 ครั้ง

 Events
 
งานเทศกาลกล้วยไม้ .. (แทนงานพืชสวนโลกได้น่า ๕๕๕ แต่นี่เราไปตั้งแต่ต้นปีว่ะ) เราว่ามันก็สวยดีนะ เยอะใช้ได้ทีเดียว มีดอกไม้อื่นด้วย แต่เราเดินครบอยู่โซนเดียวคือตรงที่ขายของกิน-_-"
T-Shirt Festival 2 .. เคยเขียนบล็อกเรื่องนี้ไปแล้วใช่ไหมหว่า
เทศกาลหนังฝรั่งเศส .. ดูไป 2 เรื่อง (ซับอิง! ช่วยด้วย!)
นิทรรศการวิเวียน เวสต์วูด .. ชอบชุดสไตล์ที่ผสมโบราณๆอะ ชวนฝันดี:P
แฟตเฟส6 .. ไม่ประทับใจงานแบบนี้แล้ว เบื่อเด็ก (esp.เด็กแนว) แต่ วง Doc Holiday And Apache Train  จากญี่ปุ่นเจ๋งสุดๆ  entertainมากๆ ได้ใจเราไปเลย!
 


แถม : ไดอารี่วันส่งท้ายปีเก่า
12.00  เพื่อนโทรมายกเลิกนัดเคาน์ดาวน์(ซึ่งจะเป็นครั้งแรกของพวกเรา)เพราะไม่สบาย
13.00 แม่คงเห็นว่าลูกสาวดูหมดอาลัยตายอยากมากเลยอาสาพาเที่ยวที่ไหนก็ได้ในกทม.
16.00 @สำเพ็ง 
         คนที่บ้าซื้อของทุกอย่างที่น่ารักถูกใจโดยไม่ดูราคา มาเดินกับคนที่ซื้อทุกอย่างเพราะราคาถูก
         ผลลัพธ์ = ข้าวของทุกชิ้นในสำเพ็ง
         ล้อเล่นน่า เพราะสองคนนั้นต่างคานอำนาจกันและกัน
         แทนที่จะ union เลยเอามา intersec กันแทน
18.00 @สยาม  ร้านหนังสือมือสอง
         "วางระเบิดที่อนุสาวรีย์ชัยเหรอ" เสียงพนักงานขายคุยกับเพื่อนทางโทรศัพท์
         "ว้า..แล้วชั้นจะกลับบ้านยังไงเนี่ย ต้องผ่านทางนั้นด้วย"
         (คิดได้แค่เนี้ย?)
19.00 @คิโนะคุนิยะ พารากอน
          เป้าหมายของการออกจากบ้านวันนี้คือ ทำ wishlist หนังสือ
          ทนอับอายหน่อยแต่สนุกนะ
20.00 จำนวนคนรอบข้างเริ่มสนทนาเรื่องระเบิดมากขึ้นทีละน้อย ทีละน้อย ตามจังหวะการก้าวเดิน
         ยาม&พนักงานค่อยๆเดินแจ้งข่าวแก่ลูกค้าทีละคน ทีละคน
 
  ..เหมือนสายน้ำไหลเอื่อยๆ..
ทุกๆคนค่อยๆเดินออกจากห้างอย่างสงบ


เช้าวันปีใหม่
สิ่งแรกที่รู้สึก คือ มีไข้
เหมือนเวทมนตร์ได้หมดลงแล้ว
เวทมนตร์ที่ทำให้เราไม่เป็นหวัดทั้งปี 49 (เป็นแต่ภูมิแพ้ -_-")
 
การ์ดปีใหม่
ลืมไปเลยว่าคณะเราทำบอร์ดปีใหม่ ให้ทุกคนนำ/ทำการ์ดไปวางให้ผู้อื่นเขียน (ชอบไอเดียนี้จัง)
ฉกกระดาษจดหมาย 1 ใบ
เจอน้องรหัส "พี่ .. วันนี้มันวันสุดท้ายแล้ว กำลังจะมาเก็บเนี่ย"
T_T
(เอาวะ ก็กะแค่ให้น้องรหัสเขียนนั่นแหละ ถ้ามีมากกว่านี้ถือเป็นกำไร)
แง ปีนี้คนเขียนน้อยมากๆ น้อยกว่าสองปีที่แล้วหลายๆๆเท่า .. (น้องรหัสยังเขียนไม่ครบเลย)
(ปีที่แล้วไม่ได้วาง/ไม่มีวาง?)
 
ปล. ของสองปีที่แล้วยังมีคนที่ไม่รู้เลยว่าใครมาเขียนให้!
เพราะ 1.ลงชื่ออ่านไม่ออก 2.ใครไม่รู้ไม่ลงชื่อ
 
เรื่องต่อไป
ใส่ความเห็น

7 ความเห็น

  1.  
    หนังสือ – พวกเรานี่อ่านหนังสือไม่ค่อยตรงกันเลยแหะ ทั้งหมดนั้นมีแค่ หัวใจเปียโน กับ The Ballad of Columnist เองที่อ่านตรงกันพอดี แต่ที่เราได้อ่าน Ballad ก็เพราะแกแนะนำให้อ่านล่ะนะ ซึ่งเราไม่ชอบเลยน้า.. ไม่รู้ทำไมแต่ไม่ชอบวิธีการเขียนของเค้าตั้งกะปลาอ้วนแล้วล่ะ (ไม่รู้ว่าเป็นคนเดียวกันด้วย หุ หุ) แต่คลั่งไคล้หัวใจเปียโนมากเลย ปีนี้หนังสือที่เราคลั่งไคล้ที่สุดสองอันดับแรกคงเป็น หัวใจเปียโน กับ ผู้ชายคนที่ตามรักเธอทุกชาติ พิมพ์ครั้งที่ 85 ล่ะมั้ง รู้สึกว่าอยากจะมีเวลากลับไปค่อยๆ อ่านอีกสักสามรอบ อยากให้ตัวหนังสือมันค่อยๆ ผ่านและไหลซึมเข้าไปในตัวเราทีละตัวๆ อย่างช้าๆ (",)
     
    หนัง – เราไม่ค่อยได้ดูหนังโรงอยู่แล้วอ่ะนะ ก็เลยไม่รู้จะคุยอะไรกับหัวข้อนี้ … อ่อ เราได้ดูเรื่องนานะแล้วล่ะ เห็นยูบีซีเอามาฉายแล้ว นานะสวยมากมาย ชอบมากจริงๆ แต่ก็รู้สึกว่าคลั่งไคล้ในบทบาทและเสียงร้องของนานะอย่างเดียวเลย ไม่รู้สึกอะไรกับเนื้อเรื่องในหนังเลยสักนิดเดียว
     
    จำนวนการหกล้มและลืมของแกนั่น คิดเอาจากไหนเนี่ย… ว่าแต่คนที่อดนอนบ่อยขนาดนี้ทำไมไม่เคยเป็นหวัดเลยทั้งปีเนี่ย น่าอิจฉาที่สุดดดดดด!!!!!!!!!!!
     

    ตอบกลับ
  2. ตอบนุ่น:)
     
    เราลบเมนต์นุ่นไปอันนึงนะ เพราะว่ามันซ้ำกันทุกตัวอักษร
     
    Ballad – เอ๋ .. เราเคยแนะนำด้วยเหรอ(?) แต่เราจำได้ว่าเคยเขียนลงบล็อกว่าชอบมั้ง .. เราคิดว่าเราชอบเพราะไอ้ที่เค้าเขียนมีอะไรคล้ายเราหลายอย่างเลยทีเดียว
     
    ผู้ชายคนที่ตามรักฯ พิมพ์ครั้งที่ 84 – เล่มนี้นี่เรายังไม่เคยอ่าน แต่เราเคยอ่าน"บางส่วน" จาก open house (อีกแล้ว) ที่เราอ่านมันทำเป็นไตรภาค ซึ่งมีส่วนทั้งที่"สนุกมาก"และ"น่าเบื่อมาก(ที่สุดด้วย)" แต่ก็อยากรู้ว่าเรื่องเต็มๆมันจะเป็นไง..เราคิดว่ามันก็ยังมีส่วนที่น่าติดตามอยู่น่ะ อีกอย่าง แนวนี้ก็ไม่ค่อยมี และเป็นแนวที่อ่านได้เร็ว:) 
     
    ไอ้จำนวนๆทั้งหลาย มีมั่วอยู่ 5 บรรทัดอะ ๕๕๕ ..เชื่อว่าคนอ่านต้องแยกแยะออก^_^
     
    ส่วนเรื่องเป็นหวัด เดี๋ยวรอเราอัพเดทบล็อก (2549) นี้ซะก่อนเถอะ

    ตอบกลับ
  3.  
    อืมม.. โพสต์ไปสองรอบแล้วมันเหมือนจะไม่ติดทั้งสองครั้งเลย แต่เคยเห็นแกไปโพสต์ที่บลอกเราแล้วสุดท้ายมันก็ติดหมด ก็เลยคิดเอาเองว่าคงติดแล้วล่ะมั้ง คิดอยู่ว่าถ้าเกินเด๋วแกคงมาลบออกไปเอง (",)
     
    แล้วเมื่อไหร่จะมาอัพต่อล่ะ
     

    ตอบกลับ
  4. ว้าว ประทับใจ คนที่เขียนออกมาได้อย่างนี้จิงๆ
    มีหนังหลายเรื่องที่เราอยากดูแร้วยังไม่ได้ดู
    ส่วนหนังสือเด่วไว้ไปเอาน้าปุ้ม..
    อยากให้อัพ ส่วนเพลงนะ รออยู่ๆ

    ตอบกลับ
  5. เก้า:)
    เราลบเมนต์แกไปอันนึงนะ มันซ้ำอีกแล้ว .. เดี๋ยวนี้ฮ็อตเมลห่วยขึ้นอีกlevel
     
    อดใจรอการอัพเดตของเรากันหน่อยนะ🙂 รอให้เราสะสางอะไรให้เสร็จๆก่อน ..อยากอัพใจจะขาดแล้ว กลัวลืม ๕๕๕

    ตอบกลับ
  6. hematemesis

     /  มกราคม 27, 2007

    เฮ้ หนูปุ้ม
    เราอยากให้แกเขียนถึงการ์ตูนทีชอบบ้าง
    เเล้วอย่าลืมเอาโอ้พระเจ้าจอร์จ มันยอดมาก ไปใส่ไว้ใน list ด้วยนะ

    ตอบกลับ
  7. ผู้ชายคนที่ตามรักฯ พิมพ์ครั้งที่ 84  สนุกนะ ควรอ่านสักสองรอบจะได้อะไรพอสมควร
     
    แต่เราชอบวิณทร์อยู่แล้ว อาจจะไบแอสก็ได้ ลองดูเองแล้วกัน

    ตอบกลับ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: